FAQs

Home /
FAQs

Frequently asked questions

We understand that preparing to study abroad often comes with many questions — from choosing the right school and applying, to visas and adapting to life in a new country. At IS Guide, we’re here to support students every step of the way, ensuring the entire process is smooth and reassuring. You can explore some of our most frequently asked questions below.

FAQs Primary - High School

Q1: IS Guide คือใคร และมีบทบาทอย่างไรในการดูแลนักเรียน?

A: IS Guide (International Student Guide) ไม่ใช่แค่เอเจนซี่ที่ช่วยสมัครเรียน แต่เราคือ “ที่ปรึกษาและพี่เลี้ยง” ที่ดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง จนกว่าน้องๆจะจบการศึกษา

  • ที่ปรึกษาการเรียน: ช่วยวางแผนเลือกวิชา (Course Planning) ให้ตรงกับเกณฑ์จบการศึกษาและเป้าหมายในการเข้ามหาวิทยาลัย
  • ที่ปรึกษาด้านการใช้ชีวิต: ประสานงานกับครอบครัว Homestay เพื่อให้มั่นใจว่าน้องๆ มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยและอบอุ่น

ที่ปรึกษาด้านจิตใจ: เป็นคนแรกที่น้องๆ จะนึกถึงเมื่อเจอปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องการปรับตัว เพื่อน หรืออาการคิดถึงบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าน้องๆ จะมีความสุขและประสบความสำเร็จตลอดเวลาที่อยู่แคนาดา

A: เพราะเราไม่ได้เป็นเพียง Counselor ที่ศึกษาข้อมูลจากคู่มือ แต่เราคือ “ผู้ที่มีประสบการณ์ตรง” (First-hand Experience) ในทุกมิติ:

  • มุมมองจากผู้ปกครอง: คุณมาลี (เจ้าของบริษัท IS Guide) คือคุณแม่ที่ส่งลูกๆ ไปเรียนมัธยมปลายที่แคนาดาด้วยตัวเอง (ในเขต Victoria School District) คุณมาลีเข้าใจลึกซึ้งถึงความกังวลใจ ความหวัง และปัจจัยสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
  • มุมมองจากรุ่นพี่นักเรียนเก่า: พี่ต้น และ พี่ปลาย (Student Coordinator) คือผลผลิตความสำเร็จจากการเรียน High School ที่แคนาดา (เขต Victoria School District) โดยตรง พี่ๆ จึงสามารถถ่ายทอดประสบการณ์จริง ทั้งเรื่องการเรียน การปรับตัว และการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนแคนาดาได้อย่างละเอียดและเข้าถึงใจน้องๆ มากที่สุด

“เพราะเราเคยไปอยู่จริง เคยเป็นผู้ปกครองที่รออยู่ที่ไทยจริงๆ เราจึงรู้ว่าจุดไหนคือความกังวล และจุดไหนคือความสำเร็จที่คุณกำลังมองหา”

A: การเลือกเมืองเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดครับ ทีมงาน IS Guide เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในรัฐ British Columbia (BC) ซึ่งเป็นรัฐที่อากาศดีที่สุดและปลอดภัยสูง โดยเราคัดเลือกเขตการศึกษาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ:

  • Victoria (BC): เมืองหลวงของรัฐที่เป็น “หัวใจ” ของทีมงาน IS Guide เป็นเมืองที่เรามีความผูกพันและเชี่ยวชาญที่สุด อากาศอบอุ่นที่สุดในแคนาดา ผู้คนมีความเป็นมิตรสูงมาก (Friendliest City) เป็นเมืองแห่งการศึกษาที่ปลอดภัยระดับท็อป เหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนในสภาพแวดล้อมที่สวยงามและสงบสุข
  • Saanich & Sooke (BC): “ธรรมชาติโอบล้อม ปราศจากสิ่งล่อใจ” ตั้งอยู่ติดกับ Victoria เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มองหาความสงบ เน้นความเป็นธรรมชาติสูง ไม่มีสิ่งเร้าหรือ Distraction ทำให้นักเรียนมีสมาธิกับการเรียนได้อย่างเต็มที่ ภายใต้การดูแลที่ใกล้ชิดแบบชุมชนขนาดเล็กที่ปลอดภัยสุดๆ
  • Vancouver & Delta (BC): “ความสะดวกสบายระดับ World-class เหมือนใช้ชีวิตในกรุงเทพ” เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบความทันสมัย มีห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ได้ทำกิจกรรมสไตล์ Urban ที่หลากหลาย เดินทางสะดวก และไม่รู้สึกเหงา
  • Vernon (BC): “บรรยากาศอบอุ่นแบบ Family away from home” ตั้งอยู่ในแถบ Okanagan ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบ สภาพโรงเรียนอบอุ่นมาก ครูดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างทั่วถึงเหมือนเป็นครอบครัว เหมาะสำหรับสายกิจกรรม Outdoor ที่อยากสัมผัสหิมะและเล่น Ski หรือ Snowboard ในฤดูหนาวอย่างเต็มที่

A: สำหรับโรงเรียนรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องใช้ผลสอบภาษาจากไทย เมื่อน้องเดินทางไปถึง โรงเรียนจะมีระบบ Assessment Test เพื่อวัดระดับภาษาและจัดเข้าชั้นเรียน ELL (English Language Learning) ให้เหมาะสมกับความสามารถจริง เพื่อให้น้องพัฒนาภาษาไปพร้อมๆ กับเพื่อน

A: ระบบมัธยมแคนาดาแบ่งเป็น 2 เทอมหลัก ดังนี้ครับ:

  • เทอม 1 (Fall Intake): กันยายน-มกราคม (เป็นเทอมหลักที่แนะนำที่สุด)
  • เทอม 2 (Winter Intake): กุมภาพันธ์-มิถุนายน

นอกจากนี้ยังมีรอบพิเศษ (ATP Program): เมษายน -สิงหาคม สำหรับน้องๆ ที่ต้องการไปปรับพื้นฐานและเก็บเครดิตล่วงหน้าก่อนเข้าเทอมจริงครับ

A: สำหรับน้องๆ ที่จบเดือนมีนาคม IS Guide แนะนำแผนปูพื้นฐาน หลักสูตร ATP เริ่มตั้งแต่ เมษายน-สิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดทั้งเรื่องเวลาและพื้นฐานวิชาการครับ

นักเรียนสามารถเดินทางไปเริ่มได้ทันทีหลังจากจบ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย ที่ไทย เพื่อเข้าเรียนโปรแกรม ATP (Academic Transition Program) ของเขตการศึกษา Victoria School District ซึ่งมีข้อดีที่โดดเด่นดังนี้:

  • ปรับพื้นฐานเร่งด่วน (Academic Ready): เน้นปูพื้นฐานภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและฝึกทักษะการเรียนแบบแคนาดา (เช่น การทำโปรเจกต์และการเขียนรายงาน) ก่อนจะเข้าสู่เทอมจริงในเดือนกันยายน
  • เก็บเครดิตล่วงหน้า (Earn Credits): นี่คือจุดเด่นที่สุดครับ! น้องๆ สามารถ “เก็บหน่วยกิต (Credits) ได้มากสุด 16 Credits” ได้ในระหว่างเรียนโปรแกรมนี้ ซึ่งหน่วยกิตเหล่านี้จะถูกนับรวมในวุฒิมัธยมปลายจริง ทำให้เมื่อเข้าสู่เทอมปกติในเดือนกันยายน น้องๆจะมีโอกาสเรียนจบเร็วกว่าหลักสูตรปกติครับ

A: โรงเรียนรัฐบาลแคนาดาใช้หลักสูตรแกนกลางเดียวกัน แต่จะต่างกันที่ “วิชาเลือก Specialized Program” ดังนั้นมาตรฐานวิชาการจึงสูงเท่ากันทุกแห่งครับ แต่จุดที่จะสร้างความแตกต่างแคือ วิชาเลือก (Specialized Program) และสภาพแวดล้อม ซึ่งที่ IS Guide เราจะช่วยน้องๆหาโรงเรียนที่เป็น “Best Fit” โดยดูจากปัจจัยเหล่านี้ครับ:

  1. วิชาเลือกและความโดดเด่นเฉพาะด้าน (Specialized Programs / Academies): ในแต่ละเมืองและแต่ละเขตจะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน เราจะช่วยเลือกโรงเรียนที่ส่งเสริมทักษะเฉพาะตัวของน้อง:
    • สายเทคโนโลยี/เกม: เน้นโรงเรียนที่มีโปรแกรม Robotics or Graphic Design ที่โดดเด่น
    • สายศิลปะ/ดนตรี: เลือกโรงเรียนที่มี Fine Arts Academy หรือวงดนตรีออร์เคสตราที่เข้มข้น
    • สายกีฬา: เจาะจงโรงเรียนที่มี Sports Academy เฉพาะทาง เช่น กอล์ฟ, บาสเกตบอล หรือไอซ์ฮอกกี้
    • สายวิชาการเข้มข้น: มองหาโรงเรียนที่มีโปรแกรม AP (Advanced Placement) or IB (International Baccalaureate)
  1. ขนาดของโรงเรียน (School Size):
    • โรงเรียนขนาดเล็ก: น้องๆ จะได้รับการดูแลที่ทั่วถึง ครูรู้จักเด็กทุกคน เหมาะสำหรับน้องที่ต้องการการดูแลใกล้ชิด (Close-knit community)
    • โรงเรียนขนาดใหญ่: มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (Facilities) กิจกรรมเยอะ และมีความหลากหลายสูง เหมาะสำหรับน้องที่เข้าสังคมเก่งและชอบความคึกคัก
  1. สัดส่วนนักเรียนต่างชาติ (International Student Ratio):
    • at IS Guide เราจะช่วยดู “จำนวนคนไทย” ในแต่ละโรงเรียนให้ด้วยครับ สำหรับใครที่อยากได้ภาษาเร็วๆ เราจะแนะนำโรงเรียนที่มีคนไทยน้อย เพื่อให้น้องได้ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่
  1. ทำเลที่ตั้งและไลฟ์สไตล์ (Location & Environment):
    • สภาพแวดล้อมมีผลต่อความสุขของน้องครับ เช่น บางโรงเรียน อยู่ติดชายทะเล (บรรยากาศพักผ่อน), บางโรงเรียน อยู่ใกล้ใจกลางเมือง (เดินทางสะดวก), หรือบางแห่ง อยู่ใกล้ศูนย์สันทนาการ (Recreation Centre) ที่น้องสามารถไปฟิตเนสหรือว่ายน้ำได้หลังเลิกเรียน

A: หัวใจสำคัญของการเรียนต่อแคนาดาคือ “ยิ่งเร็วยิ่งดี” ครับ โดยทั่วไป IS Guide แนะนำให้เริ่มวางแผนและสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเทอมครับ

  • หากต้องการเริ่มเรียนรอบกันยายน (Main Intake):
    • ช่วงเวลาที่ควรสมัคร: ควรเริ่มยื่นใบสมัครตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน – มกราคม (ในขณะที่น้องยังเรียนเทอม 2 อยู่ที่ไทย)
    • ทำไมต้องรีบ?: แม้โรงเรียนจะเปิดรับสมัครไปจนถึงช่วงเดือนเมษายน แต่เขตการศึกษายอดนิยมอย่าง Victoria, Saanich หรือโรงเรียนที่มีโปรแกรม Specialized เด่นๆ มักจะ “เต็ม” ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ครับ การสมัครเร็วจะช่วยการันตีว่าน้องจะได้โรงเรียนอันดับ 1 ที่เลือกไว้
    •  
  • หากต้องการเริ่มเรียนรอบกุมภาพันธ์ (Second Intake):
    • ช่วงเวลาที่ควรสมัคร: ควรเริ่มยื่นใบสมัครตั้งแต่เดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม ของปีก่อนหน้า
ไทม์ไลน์การทำงานโดยประมาณ (Timeline):
  1. เดือนที่ 10-12 ก่อนเดินทาง: ปรึกษา IS Guide เลือกเมืองและโรงเรียนที่ ‘Best Fit’
  2. เดือนที่ 8-10 ก่อนเดินทาง: ยื่นใบสมัครและรอผลตอบรับ (Letter of Acceptance – LOA)
  3. เดือนที่ 6-8 ก่อนเดินทาง: ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาและเตรียมเอกสารยื่นวีซ่า
  4. เดือนที่ 4-6 ก่อนเดินทาง: ดำเนินการยื่นขอ Study Permit (วีซ่านักเรียน) ซึ่งปัจจุบันต้องเผื่อเวลาพิจารณาประมาณ 3-4 เดือน
  5. เดือนที่ 1-2 ก่อนเดินทาง: จองตั๋วเครื่องบิน เตรียมตัวเข้าปฐมนิเทศ และเตรียมตัวเดินทาง

ทำไมต้องเริ่มต้นกับ IS Guide?

  • Direct Experiences: ปรึกษากับ คุณมาลี ผู้ปกครองที่ส่งลูกเรียนจริง และ พี่ต้น-พี่ปลาย รุ่นพี่นักเรียนเก่า Victoria School District
  • Tailor-made Selection: ไม่ใช่แค่สมัครเรียน แต่เราเลือก “เมืองที่ใช่” และ “โรงเรียนที่เหมาะ” จากประสบการณ์ตรง
  • On-going Support: เราดูแลเหมือนครอบครัว เพราะเรารู้ดีว่าก้าวแรกในต่างแดนสำคัญที่สุด

ทีมงาน IS Guide วิเคราะห์เลือกเมืองและโรงเรียนโดยใช้พื้นฐานจาก:

  • ประสบการณ์ตรงของคุณมาลี: ในฐานะแม่ที่ส่งลูกไปเรียนจริงที่เขต Victoria จึงรู้ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนที่ลูกจะมีความสุขและแม่จะอุ่นใจ
  • ประสบการณ์จริงของพี่ต้น-พี่ปลาย: ในฐานะรุ่นพี่นักเรียนเก่าที่เคยใช้ชีวิตในโรงเรียนที่แคนาดาจริงๆ จึงเข้าใจว่าเมืองไหนมีจุดเด่นเรื่องอะไร และโรงเรียนไหนมีบรรยากาศการเรียนแบบไหน

“Tailor-made Selection เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การส่งน้องไปเรียน แต่เราเลือก “เมืองที่ใช่” และ “โรงเรียนที่เหมาะ” เพื่อหา ‘บ้านหลังที่สอง’ ที่ตรงใจน้องที่สุด”

FAQs Certificate

A: หลักๆ คือ “ระยะเวลา” และ “ความลึก” 

Certificate: เรียน 8 เดือน – 1 ปี เน้นทักษะเดียวแบบเข้มข้น เหมาะกับคนอยากจบไวหรือ Upskill

Diploma: เรียน 2 ปี เน้นทักษะรอบด้านในสายงานนั้นๆ และให้คะแนนในการขอ PR ที่สูงกว่า รวมถึงได้สิทธิ์วีซ่าทำงาน (PGWP) ที่ยาวนานกว่า

A: ทำได้ค่ะ! นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

ตอบ: (อัปเดต 2026) สำหรับวิทยาลัยรัฐเท่านั้น (Public College) ขอได้เฉพาะบางสาขา ไม่ได้สิทธิ์ทุกหลักสูตรเหมือนเมื่อก่อน โดยมีเงื่อนไขใหม่ดังนี้:

ต้องเรียนสาขาขาดแคลน: เฉพาะหลักสูตรที่ตรงกับสายงานที่แคนาดาต้องการ เช่น Healthcare, STEM (ไอที/วิศวะ), Trade (ช่าง), Transport หรือ Agriculture เท่านั้นจึงจะขอ PGWP ได้

เกณฑ์ภาษา: ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษระดับ CLB 5 ขึ้นไปขณะยื่นขอ PGWP

ระยะเวลา: เรียน 1 ปี ได้สิทธิ์ทำงาน 1 ปี | เรียน 2 ปี ได้สิทธิ์สูงสุด 3 ปี (หากสาขาตรงเงื่อนไข)

ก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร เช็ก CIP Code (รหัสหลักสูตร) เพื่อยืนยันว่าสาขาที่คุณเลือกเรียนยังคงได้รับสิทธิ์ในการขอ PGWP ในปี 2026

A: เนื่องจากเป็นสถาบันเอกชน เรียนหลักสูตรสถาบันเอกชนจะไม่สามารถขอ PGWP ได้ โดยตรงการขอ PGWP จะทำได้ผ่าน เส้นทาง Pathway (1+1) โดยเรียนที่ VFS/VanArts 1 ปี และโอนหน่วยกิตไปจบที่วิทยาลัยรัฐบาลพาร์ทเนอร์อีก 1 ปี เพื่อรับสิทธิ์ PGWP สูงสุด 3 ปีครับ

A: สมัครได้ นักเรียนสามารถใช้เส้นทาง English Pathway โดยการเรียนภาษากับสถาบันภาษาที่เป็นพันธมิตร หรือเรียนศูนย์ภาษาของวิทยาลัยโดยตรง (ESL/EAP) เมื่อเรียนจบระดับที่กำหนด ก็สามารถเข้าเรียนต่อหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

A:  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” and “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

    • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
    • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 

(คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

    • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
    • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 

(คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

ตอบ: ติดตามได้แต่ทำงานไม่ได้ (Update 2026)

คู่สมรส: ขอได้เฉพาะ Visitor Visa เพื่อไปอยู่ด้วยกัน แต่ “ไม่มีสิทธิ์” ขอวีซ่าทำงาน (SOWP) เหมือนเมื่อก่อน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

FAQs Diploma

A: นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: จำเป็นค่ะ เนื่องจาก Diploma เป็นหลักสูตรระดับอนุปริญญา (Post-secondary) จึงต้องใช้ผลการเรียน (Transcript) and ประกาศนียบัตรจบการศึกษา (Diploma/Certificate) ระดับ ม.6 หรือเทียบเท่า

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

ตอบ: (อัปเดต 2026) สำหรับวิทยาลัยรัฐเท่านั้น (Public College) ขอได้เฉพาะบางสาขา ไม่ได้สิทธิ์ทุกหลักสูตรเหมือนเมื่อก่อน โดยมีเงื่อนไขใหม่ดังนี้:

ต้องเรียนสาขาขาดแคลน: เฉพาะหลักสูตรที่ตรงกับสายงานที่แคนาดาต้องการ เช่น Healthcare, STEM (ไอที/วิศวะ), Trade (ช่าง), Transport หรือ Agriculture เท่านั้นจึงจะขอ PGWP ได้

เกณฑ์ภาษา: ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษระดับ CLB 5 ขึ้นไปขณะยื่นขอ PGWP

ระยะเวลา: เรียน 1 ปี ได้สิทธิ์ทำงาน 1 ปี | เรียน 2 ปี ได้สิทธิ์สูงสุด 3 ปี (หากสาขาตรงเงื่อนไข)

ก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร เช็ก CIP Code (รหัสหลักสูตร) เพื่อยืนยันว่าสาขาที่คุณเลือกเรียนยังคงได้รับสิทธิ์ในการขอ PGWP ในปี 2026

A: สมัครได้ นักเรียนสามารถใช้เส้นทาง English Pathway โดยการเรียนภาษากับสถาบันภาษาที่เป็นพันธมิตร หรือเรียนศูนย์ภาษาของวิทยาลัยโดยตรง (ESL/EAP) เมื่อเรียนจบระดับที่กำหนด ก็สามารถเข้าเรียนต่อหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่

A: โดยทั่วไปสถาบันในแคนาดาจะมีเกณฑ์การรับสมัครขั้นพื้นฐาน ดังนี้:

  • IELTS (Academic): คะแนนรวม (Overall) ไม่ต่ำกว่า 6.0 และแต่ละ Band ไม่ต่ำกว่า 5.5
  • Duolingo English Test (DET): คะแนนรวมประมาณ 105 – 115 คะแนนขึ้นไป

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

A: มีค่ะ  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” and “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

  • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
  • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 
  • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

ตอบ: ติดตามได้แต่ทำงานไม่ได้ (Update 2026)

คู่สมรส: ขอได้เฉพาะ Visitor Visa เพื่อไปอยู่ด้วยกัน แต่ “ไม่มีสิทธิ์” ขอวีซ่าทำงาน (SOWP) เหมือนเมื่อก่อน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

FAQs Bachelor

Answer: ได้ค่ะ! เรียนจบระดับปริญญา (Bachelor/Master/PhD): ขอ PGWP ได้ “ทุกสาขาวิชา” มากสุดถึง 3 ปี โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสาขาที่เรียน (อัปเดตปี 2026) แต่ถ้าระดับ Diploma ต้องดูระยะเวลาเรียน และ สาขาวิชาอีกทีค่ะ

A: มีค่ะ  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” and “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

A: นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

A: สมัครได้ค่ะ! สามารถเลือกเรียนหลักสูตร English Pathway กับทางสถาบัน หรือ โรงเรียนภาษาก่อนได้ สามารถเรียนปรับพื้นฐานภาษาได้ทั้งแบบออนไลน์ และ on-site ที่แคนาดา เรียนจบระดับที่กำหนดแล้ว สามารถเข้าเรียนหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่ค่ะ

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

FAQs Post-graduate Program

คำตอบ: ได้ค่ะ การพิจารณารับเข้าเรียนไม่ได้ดูแค่สาขาที่จบปริญญาตรีมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาจาก “สายงานที่ทำงานมา” (Work Experience) และเป้าหมายในอาชีพของนักเรียนด้วย

คำตอบ: ต่างกันที่ระดับของผู้เรียนและเนื้อหา

Diploma: เหมาะสำหรับผู้จบ ม.6 เน้นปูพื้นฐานใหม่ตั้งแต่ต้น ใช้เวลา 2-3 ปี

Post-Grad Certificate: ออกแบบมาสำหรับ “ผู้ที่จบปริญญาตรีแล้วเท่านั้น” เนื้อหาจะเข้มข้นกว่า เน้นการฝึกทักษะเฉพาะทาง (Career Training) เพื่อใช้ทำงานจริงระดับมืออาชีพ และใช้เวลาเรียนสั้นกว่า (1-2 ปี)

คำตอบ: ทั้งคู่เป็นวุฒิสูงกว่าปริญญาตรี แต่มีจุดประสงค์ต่างกันชัดเจน ดังนี้ครับ:

เน้นการเรียน: * Post-Grad: เน้น Career Training ฝึกทักษะเฉพาะทางเพื่อ “ใช้ทำงาน” ทันที

Master’s: เน้น Academic Research ทฤษฎีและการทำวิจัยเชิงลึก

ระยะเวลา: Post-Grad จบไวกว่า (8 เดือน – 2 ปี) ส่วนปริญญาโทมักใช้เวลา 2 ปีเต็ม

ตอบ: (อัปเดต 2026) ขอได้เฉพาะบางสาขา ไม่ได้สิทธิ์ทุกหลักสูตรเหมือนเมื่อก่อน โดยมีเงื่อนไขใหม่ดังนี้:

ต้องเรียนสาขาขาดแคลน: เฉพาะหลักสูตรที่ตรงกับสายงานที่แคนาดาต้องการ เช่น Healthcare, STEM (ไอที/วิศวะ), Trade (ช่าง), Transport หรือ Agriculture เท่านั้นจึงจะขอ PGWP ได้

เกณฑ์ภาษา: ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษระดับ CLB 5 ขึ้นไปขณะยื่นขอ PGWP

ระยะเวลา: เรียน 1 ปี ได้สิทธิ์ทำงาน 1 ปี | เรียน 2 ปี ได้สิทธิ์สูงสุด 3 ปี (หากสาขาตรงเงื่อนไข)

ก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร เช็ก CIP Code (รหัสหลักสูตร) เพื่อยืนยันว่าสาขาที่คุณเลือกเรียนยังคงได้รับสิทธิ์ในการขอ PGWP ในปี 2026

คำตอบ: โดยส่วนใหญ่สถาบันจะกำหนดเกณฑ์ภาษาอังกฤษดังนี้:

    • IELTS Academic: 6.5 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0)
    • Duolingo English Test: 110 – 125 คะแนน 
    • หากคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ หลายสถาบันมีหลักสูตรภาษาอังกฤษ Pathway ให้เรียนก่อนเริ่มหลักสูตรหลักได้ เรียนได้ทั้งออนไลน์ และ ที่แคนาดา

A: ทำได้ค่ะ นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

A: มีแน่นอนค่ะ!  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” and “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

  • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
  • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 
  • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

ตอบ: ติดตามได้แต่ทำงานไม่ได้ (Update 2026)

คู่สมรส: ขอได้เฉพาะ Visitor Visa เพื่อไปอยู่ด้วยกัน แต่ “ไม่มีสิทธิ์” ขอวีซ่าทำงาน (SOWP) เหมือนเมื่อก่อน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

FAQs Master Degree

A: ได้ครับ หากเรียนหลักสูตรปริญญาโท (16 เดือนขึ้นไป) หรือปริญญาเอก คู่สมรสสามารถยื่นขอ Spouse Open Work Permit เพื่อติดตามไปทำงานแบบเต็มเวลาได้ตลอดระยะเวลาที่เรียน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

A: ไม่จำเป็นครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสถาบันและสาขาวิชาที่เลือก (บางแห่งอาจขอยกเว้นได้หากมีคุณสมบัติอื่นทดแทน)

Answer: ได้ค่ะ! เรียนจบระดับปริญญา (Bachelor/Master/PhD): ขอ PGWP ได้ “ทุกสาขาวิชา” มากสุดถึง 3 ปี โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสาขาที่เรียน (อัปเดตปี 2026) แต่ถ้าระดับ Diploma ต้องดูระยะเวลาเรียน และ สาขาวิชาอีกทีค่ะ

A: มีค่ะ  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” and “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

A: นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

A: สมัครได้ค่ะ สามารถเลือกเรียนหลักสูตร English Pathway กับทางสถาบัน หรือ โรงเรียนภาษาก่อนได้ สามารถเรียนปรับพื้นฐานภาษาได้ทั้งแบบออนไลน์ และ on-site ที่แคนาดา เรียนจบระดับที่กำหนดแล้ว สามารถเข้าเรียนหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่ค่ะ

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

  • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
  • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 
  • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

FAQs Work and Study (Co-op)

คำตอบ: “จำเป็นต้องมี” เนื่องจากกฎระเบียบใหม่ของ IRCC Canada (มีผลบังคับใช้ปี 2025-2026) ได้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขนักเรียนต้องแสดงคะแนนภาษาในการยื่นวีซ่าเรียน Work and Study

เกณฑ์คะแนนเบื้องต้น:

  • IELTS Academic: 5.5 – 6.0+ 
  • Duolingo (DET): 95 – 105+
  • PTE Academic: 46 – 50+
  • หรือเรียนภาษากับสถาบันภาษาที่แคนาดา แบบออนไลน์ หรือ on-site ก่อนได้

คำตอบ: 

  1. เลือกหลักสูตร พร้อมกรอกประวัติโปรไฟล์เบื้องต้นให้ทางทีมงาน IS Guide แนะนำหลักสูตรตามความเหมาะสมจากประวัติการเรียน และประวัติการทำงาน ช่วยวิเคราะห์ เพื่อคัดเลือกสถาบันและหลักสูตรที่เหมาะสมกับโปรไฟล์ผู้เรียนและมีโอกาสอนุมัติวีซ่าสูงสุด
  2. วัดระดับภาษาของสถาบัน (Online Placement Test)
  3. ส่งเอกสารสมัครเรียนกับทาง IS Guide

คำตอบ: “ไม่ได้” ค่ะ สำหรับโปรแกรม Work and Study (Co-op) ในวิทยาลัยเอกชน (Private Career College) ไม่เข้าเงื่อนไขในการขอ PGWP วีซ่าทำงานต่อหลังเรียนจบ 

หากต้องการอยู่ต่อ หลังเรียนจบโปรแกรม Co-op นักเรียนสามารถ สมัครเรียนต่อในหลักสูตรในหลักสูตร Co-op หรือ เรียนต่อที่ Public College โปรแกรม 2+2 จบมาสามารถขอ PGWP ได้ค่ะ

คำตอบ: นักเรียนเป็นผู้สมัครงานเอง โดยมีสถาบันเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุน

  • บทบาทของนักเรียน: ค้นหาตำแหน่งงาน ยื่นใบสมัคร และเข้ารับการสัมภาษณ์ด้วยตนเอง เพื่อฝึกทักษะการหางานจริงในแคนาดา
  • บทบาทของสถาบัน (Career Services):  เตรียมความพร้อมด้าน Resume และเทคนิคการสัมภาษณ์
    • จัดกิจกรรม Job Fair เพื่อให้นักเรียนพบปะกับนายจ้างโดยตรง
    • ประสานงานและแนะนำรายชื่อบริษัทพาร์ทเนอร์ (Host Partners) ให้กับนักเรียน

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

    • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1 – 1.2 ล้านบาท
    • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.5 – 1.8 ล้านบาท 
    • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

FAQs Language

คำตอบ: โดยทั่วไปแนะนำที่ 2-4 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้เห็นผลการพัฒนาที่ชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละบุคคล หากต้องการข้ามระดับภาษา (Level) มักใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ครับ

คำตอบ: 

  • เรียนไม่เกิน 6 เดือน: สามารถใช้ Visitor Visa (วีซ่าท่องเที่ยว) ในการเรียนได้เลย
  • เรียนมากกว่า 6 เดือน: จำเป็นต้องขอ Study Permit (วีซ่านักเรียน)

หมายเหตุ: ตั้งแต่ปี 2024  หากเรียนภาษามากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ต้องมีเอกสารรับรอง (PAL)

คำตอบ: 

  • หลักสูตรผู้ใหญ่ (Adult Programs): อายุ 18 ปีขึ้นไป 

หลักสูตรเยาวชน (Junior/Young Adult): เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 12-17 ปี (บางแคมป์ภาคฤดูร้อนอาจรับตั้งแต่ 8-9 ปี)

คำตอบ: 

  • สถาบันเอกชน (เช่น ILAC, ILSC): ยืดหยุ่นสูง เปิดรับนักเรียนใหม่ แทบทุกวันจันทร์ ตลอดทั้งปี

ศูนย์ภาษาในมหาวิทยาลัย: เปิดตามรอบเทอมการศึกษา โดยหลักคือ มกราคม, พฤษภาคม และกันยายน

คำตอบ: สถาบันเปิดรับผู้เรียนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน (Beginner) ไปจนถึงระดับสูง (Advanced) โดยผู้เรียนทุกท่านจะต้องทำแบบทดสอบวัดระดับ (Placement Test) เพื่อจัดเข้าชั้นเรียนที่เหมาะสมที่สุด (รับแบบทดสอบ ทักหาพี่ๆ IS Guide ได้เลย)

คำตอบ: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้เรียน โดยเฉลี่ยการขยับระดับภาษา (Level) จะใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ สามารถทำแบบทดสอบของสถาบันก่อนได้เพื่อประเมินระดับภาษาปัจจุบัน (รับแบบทดสอบ ทักหาพี่ๆ IS Guide ได้เลย)

IS Guide | Study Abroad in Canada & New Zealand

Trusted education consultants in Thailand and Germany We specialize in study abroad programs in Canada and Germany and offer full support from school selection to visa application and settlement.

Copyright © 2026 International Student Guide Co., Ltd. All rights reserved. | website by dinosofts

Unlock your future – Apply now!

Start your Canadian journey with the IS Guide.

Ready to take the next step in your education? Fill out the form below to apply for your dream program. Don't miss this opportunity to shape your future—our admissions team would love to talk to you!
Talk to us