คําถามที่พบบ่อย

หน้าเเรก /
คําถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

เราเข้าใจดีว่าการเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศอาจมีคำถามหลายอย่าง ทั้งเรื่องการเลือกโรงเรียน การสมัคร วีซ่า หรือการใช้ชีวิตในต่างแดน IS Guide พร้อมที่จะดูแลนักเรียนทุกคนในทุกขั้นตอน เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องที่ราบรื่นและมั่นใจได้มากที่สุด นักเรียนสามารถดูคำถามที่พบบ่อยด้านล่างนี้ได้เลย

FAQs Primary - High School

Q1: IS Guide คือใคร และมีบทบาทอย่างไรในการดูแลนักเรียน?

A: IS Guide (International Student Guide) ไม่ใช่แค่เอเจนซี่ที่ช่วยสมัครเรียน แต่เราคือ “ที่ปรึกษาและพี่เลี้ยง” ที่ดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง จนกว่าน้องๆจะจบการศึกษา

  • ที่ปรึกษาการเรียน: ช่วยวางแผนเลือกวิชา (Course Planning) ให้ตรงกับเกณฑ์จบการศึกษาและเป้าหมายในการเข้ามหาวิทยาลัย
  • ที่ปรึกษาด้านการใช้ชีวิต: ประสานงานกับครอบครัว Homestay เพื่อให้มั่นใจว่าน้องๆ มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยและอบอุ่น

ที่ปรึกษาด้านจิตใจ: เป็นคนแรกที่น้องๆ จะนึกถึงเมื่อเจอปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องการปรับตัว เพื่อน หรืออาการคิดถึงบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าน้องๆ จะมีความสุขและประสบความสำเร็จตลอดเวลาที่อยู่แคนาดา

A: เพราะเราไม่ได้เป็นเพียง Counselor ที่ศึกษาข้อมูลจากคู่มือ แต่เราคือ “ผู้ที่มีประสบการณ์ตรง” (First-hand Experience) ในทุกมิติ:

  • มุมมองจากผู้ปกครอง: คุณมาลี (เจ้าของบริษัท IS Guide) คือคุณแม่ที่ส่งลูกๆ ไปเรียนมัธยมปลายที่แคนาดาด้วยตัวเอง (ในเขต Victoria School District) คุณมาลีเข้าใจลึกซึ้งถึงความกังวลใจ ความหวัง และปัจจัยสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
  • มุมมองจากรุ่นพี่นักเรียนเก่า: พี่ต้น และ พี่ปลาย (Student Coordinator) คือผลผลิตความสำเร็จจากการเรียน High School ที่แคนาดา (เขต Victoria School District) โดยตรง พี่ๆ จึงสามารถถ่ายทอดประสบการณ์จริง ทั้งเรื่องการเรียน การปรับตัว และการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนแคนาดาได้อย่างละเอียดและเข้าถึงใจน้องๆ มากที่สุด

“เพราะเราเคยไปอยู่จริง เคยเป็นผู้ปกครองที่รออยู่ที่ไทยจริงๆ เราจึงรู้ว่าจุดไหนคือความกังวล และจุดไหนคือความสำเร็จที่คุณกำลังมองหา”

A: การเลือกเมืองเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดครับ ทีมงาน IS Guide เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในรัฐ British Columbia (BC) ซึ่งเป็นรัฐที่อากาศดีที่สุดและปลอดภัยสูง โดยเราคัดเลือกเขตการศึกษาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ:

  • Victoria (BC): เมืองหลวงของรัฐที่เป็น “หัวใจ” ของทีมงาน IS Guide เป็นเมืองที่เรามีความผูกพันและเชี่ยวชาญที่สุด อากาศอบอุ่นที่สุดในแคนาดา ผู้คนมีความเป็นมิตรสูงมาก (Friendliest City) เป็นเมืองแห่งการศึกษาที่ปลอดภัยระดับท็อป เหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนในสภาพแวดล้อมที่สวยงามและสงบสุข
  • Saanich & Sooke (BC): “ธรรมชาติโอบล้อม ปราศจากสิ่งล่อใจ” ตั้งอยู่ติดกับ Victoria เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มองหาความสงบ เน้นความเป็นธรรมชาติสูง ไม่มีสิ่งเร้าหรือ Distraction ทำให้นักเรียนมีสมาธิกับการเรียนได้อย่างเต็มที่ ภายใต้การดูแลที่ใกล้ชิดแบบชุมชนขนาดเล็กที่ปลอดภัยสุดๆ
  • Vancouver & Delta (BC): “ความสะดวกสบายระดับ World-class เหมือนใช้ชีวิตในกรุงเทพ” เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบความทันสมัย มีห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ได้ทำกิจกรรมสไตล์ Urban ที่หลากหลาย เดินทางสะดวก และไม่รู้สึกเหงา
  • Vernon (BC): “บรรยากาศอบอุ่นแบบ Family away from home” ตั้งอยู่ในแถบ Okanagan ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบ สภาพโรงเรียนอบอุ่นมาก ครูดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างทั่วถึงเหมือนเป็นครอบครัว เหมาะสำหรับสายกิจกรรม Outdoor ที่อยากสัมผัสหิมะและเล่น Ski หรือ Snowboard ในฤดูหนาวอย่างเต็มที่

A: สำหรับโรงเรียนรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องใช้ผลสอบภาษาจากไทย เมื่อน้องเดินทางไปถึง โรงเรียนจะมีระบบ Assessment Test เพื่อวัดระดับภาษาและจัดเข้าชั้นเรียน ELL (English Language Learning) ให้เหมาะสมกับความสามารถจริง เพื่อให้น้องพัฒนาภาษาไปพร้อมๆ กับเพื่อน

A: ระบบมัธยมแคนาดาแบ่งเป็น 2 เทอมหลัก ดังนี้ครับ:

  • เทอม 1 (Fall Intake): กันยายน-มกราคม (เป็นเทอมหลักที่แนะนำที่สุด)
  • เทอม 2 (Winter Intake): กุมภาพันธ์-มิถุนายน

นอกจากนี้ยังมีรอบพิเศษ (ATP Program): เมษายน -สิงหาคม สำหรับน้องๆ ที่ต้องการไปปรับพื้นฐานและเก็บเครดิตล่วงหน้าก่อนเข้าเทอมจริงครับ

A: สำหรับน้องๆ ที่จบเดือนมีนาคม IS Guide แนะนำแผนปูพื้นฐาน หลักสูตร ATP เริ่มตั้งแต่ เมษายน-สิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดทั้งเรื่องเวลาและพื้นฐานวิชาการครับ

นักเรียนสามารถเดินทางไปเริ่มได้ทันทีหลังจากจบ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย ที่ไทย เพื่อเข้าเรียนโปรแกรม ATP (Academic Transition Program) ของเขตการศึกษา Victoria School District ซึ่งมีข้อดีที่โดดเด่นดังนี้:

  • ปรับพื้นฐานเร่งด่วน (Academic Ready): เน้นปูพื้นฐานภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและฝึกทักษะการเรียนแบบแคนาดา (เช่น การทำโปรเจกต์และการเขียนรายงาน) ก่อนจะเข้าสู่เทอมจริงในเดือนกันยายน
  • เก็บเครดิตล่วงหน้า (Earn Credits): นี่คือจุดเด่นที่สุดครับ! น้องๆ สามารถ “เก็บหน่วยกิต (Credits) ได้มากสุด 16 Credits” ได้ในระหว่างเรียนโปรแกรมนี้ ซึ่งหน่วยกิตเหล่านี้จะถูกนับรวมในวุฒิมัธยมปลายจริง ทำให้เมื่อเข้าสู่เทอมปกติในเดือนกันยายน น้องๆจะมีโอกาสเรียนจบเร็วกว่าหลักสูตรปกติครับ

A: โรงเรียนรัฐบาลแคนาดาใช้หลักสูตรแกนกลางเดียวกัน แต่จะต่างกันที่ “วิชาเลือก Specialized Program” ดังนั้นมาตรฐานวิชาการจึงสูงเท่ากันทุกแห่งครับ แต่จุดที่จะสร้างความแตกต่างแคือ วิชาเลือก (Specialized Program) และสภาพแวดล้อม ซึ่งที่ IS Guide เราจะช่วยน้องๆหาโรงเรียนที่เป็น “Best Fit” โดยดูจากปัจจัยเหล่านี้ครับ:

  1. วิชาเลือกและความโดดเด่นเฉพาะด้าน (Specialized Programs / Academies): ในแต่ละเมืองและแต่ละเขตจะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน เราจะช่วยเลือกโรงเรียนที่ส่งเสริมทักษะเฉพาะตัวของน้อง:
    • สายเทคโนโลยี/เกม: เน้นโรงเรียนที่มีโปรแกรม Robotics หรือ Graphic Design ที่โดดเด่น
    • สายศิลปะ/ดนตรี: เลือกโรงเรียนที่มี Fine Arts Academy หรือวงดนตรีออร์เคสตราที่เข้มข้น
    • สายกีฬา: เจาะจงโรงเรียนที่มี Sports Academy เฉพาะทาง เช่น กอล์ฟ, บาสเกตบอล หรือไอซ์ฮอกกี้
    • สายวิชาการเข้มข้น: มองหาโรงเรียนที่มีโปรแกรม AP (Advanced Placement) หรือ IB (International Baccalaureate)
  1. ขนาดของโรงเรียน (School Size):
    • โรงเรียนขนาดเล็ก: น้องๆ จะได้รับการดูแลที่ทั่วถึง ครูรู้จักเด็กทุกคน เหมาะสำหรับน้องที่ต้องการการดูแลใกล้ชิด (Close-knit community)
    • โรงเรียนขนาดใหญ่: มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (Facilities) กิจกรรมเยอะ และมีความหลากหลายสูง เหมาะสำหรับน้องที่เข้าสังคมเก่งและชอบความคึกคัก
  1. สัดส่วนนักเรียนต่างชาติ (International Student Ratio):
    • ที่ IS Guide เราจะช่วยดู “จำนวนคนไทย” ในแต่ละโรงเรียนให้ด้วยครับ สำหรับใครที่อยากได้ภาษาเร็วๆ เราจะแนะนำโรงเรียนที่มีคนไทยน้อย เพื่อให้น้องได้ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่
  1. ทำเลที่ตั้งและไลฟ์สไตล์ (Location & Environment):
    • สภาพแวดล้อมมีผลต่อความสุขของน้องครับ เช่น บางโรงเรียน อยู่ติดชายทะเล (บรรยากาศพักผ่อน), บางโรงเรียน อยู่ใกล้ใจกลางเมือง (เดินทางสะดวก), หรือบางแห่ง อยู่ใกล้ศูนย์สันทนาการ (Recreation Centre) ที่น้องสามารถไปฟิตเนสหรือว่ายน้ำได้หลังเลิกเรียน

A: หัวใจสำคัญของการเรียนต่อแคนาดาคือ “ยิ่งเร็วยิ่งดี” ครับ โดยทั่วไป IS Guide แนะนำให้เริ่มวางแผนและสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเทอมครับ

  • หากต้องการเริ่มเรียนรอบกันยายน (Main Intake):
    • ช่วงเวลาที่ควรสมัคร: ควรเริ่มยื่นใบสมัครตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน – มกราคม (ในขณะที่น้องยังเรียนเทอม 2 อยู่ที่ไทย)
    • ทำไมต้องรีบ?: แม้โรงเรียนจะเปิดรับสมัครไปจนถึงช่วงเดือนเมษายน แต่เขตการศึกษายอดนิยมอย่าง Victoria, Saanich หรือโรงเรียนที่มีโปรแกรม Specialized เด่นๆ มักจะ “เต็ม” ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ครับ การสมัครเร็วจะช่วยการันตีว่าน้องจะได้โรงเรียนอันดับ 1 ที่เลือกไว้
    •  
  • หากต้องการเริ่มเรียนรอบกุมภาพันธ์ (Second Intake):
    • ช่วงเวลาที่ควรสมัคร: ควรเริ่มยื่นใบสมัครตั้งแต่เดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม ของปีก่อนหน้า
ไทม์ไลน์การทำงานโดยประมาณ (Timeline):
  1. เดือนที่ 10-12 ก่อนเดินทาง: ปรึกษา IS Guide เลือกเมืองและโรงเรียนที่ ‘Best Fit’
  2. เดือนที่ 8-10 ก่อนเดินทาง: ยื่นใบสมัครและรอผลตอบรับ (Letter of Acceptance – LOA)
  3. เดือนที่ 6-8 ก่อนเดินทาง: ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาและเตรียมเอกสารยื่นวีซ่า
  4. เดือนที่ 4-6 ก่อนเดินทาง: ดำเนินการยื่นขอ Study Permit (วีซ่านักเรียน) ซึ่งปัจจุบันต้องเผื่อเวลาพิจารณาประมาณ 3-4 เดือน
  5. เดือนที่ 1-2 ก่อนเดินทาง: จองตั๋วเครื่องบิน เตรียมตัวเข้าปฐมนิเทศ และเตรียมตัวเดินทาง

ทำไมต้องเริ่มต้นกับ IS Guide?

  • Direct Experiences: ปรึกษากับ คุณมาลี ผู้ปกครองที่ส่งลูกเรียนจริง และ พี่ต้น-พี่ปลาย รุ่นพี่นักเรียนเก่า Victoria School District
  • Tailor-made Selection: ไม่ใช่แค่สมัครเรียน แต่เราเลือก “เมืองที่ใช่” และ “โรงเรียนที่เหมาะ” จากประสบการณ์ตรง
  • On-going Support: เราดูแลเหมือนครอบครัว เพราะเรารู้ดีว่าก้าวแรกในต่างแดนสำคัญที่สุด

ทีมงาน IS Guide วิเคราะห์เลือกเมืองและโรงเรียนโดยใช้พื้นฐานจาก:

  • ประสบการณ์ตรงของคุณมาลี: ในฐานะแม่ที่ส่งลูกไปเรียนจริงที่เขต Victoria จึงรู้ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนที่ลูกจะมีความสุขและแม่จะอุ่นใจ
  • ประสบการณ์จริงของพี่ต้น-พี่ปลาย: ในฐานะรุ่นพี่นักเรียนเก่าที่เคยใช้ชีวิตในโรงเรียนที่แคนาดาจริงๆ จึงเข้าใจว่าเมืองไหนมีจุดเด่นเรื่องอะไร และโรงเรียนไหนมีบรรยากาศการเรียนแบบไหน

“Tailor-made Selection เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การส่งน้องไปเรียน แต่เราเลือก “เมืองที่ใช่” และ “โรงเรียนที่เหมาะ” เพื่อหา ‘บ้านหลังที่สอง’ ที่ตรงใจน้องที่สุด”

FAQs Certificate

A: หลักๆ คือ “ระยะเวลา” และ “ความลึก” 

Certificate: เรียน 8 เดือน – 1 ปี เน้นทักษะเดียวแบบเข้มข้น เหมาะกับคนอยากจบไวหรือ Upskill

Diploma: เรียน 2 ปี เน้นทักษะรอบด้านในสายงานนั้นๆ และให้คะแนนในการขอ PR ที่สูงกว่า รวมถึงได้สิทธิ์วีซ่าทำงาน (PGWP) ที่ยาวนานกว่า

A: ทำได้ค่ะ! นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

ตอบ: (อัปเดต 2026) สำหรับวิทยาลัยรัฐเท่านั้น (Public College) ขอได้เฉพาะบางสาขา ไม่ได้สิทธิ์ทุกหลักสูตรเหมือนเมื่อก่อน โดยมีเงื่อนไขใหม่ดังนี้:

ต้องเรียนสาขาขาดแคลน: เฉพาะหลักสูตรที่ตรงกับสายงานที่แคนาดาต้องการ เช่น Healthcare, STEM (ไอที/วิศวะ), Trade (ช่าง), Transport หรือ Agriculture เท่านั้นจึงจะขอ PGWP ได้

เกณฑ์ภาษา: ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษระดับ CLB 5 ขึ้นไปขณะยื่นขอ PGWP

ระยะเวลา: เรียน 1 ปี ได้สิทธิ์ทำงาน 1 ปี | เรียน 2 ปี ได้สิทธิ์สูงสุด 3 ปี (หากสาขาตรงเงื่อนไข)

ก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร เช็ก CIP Code (รหัสหลักสูตร) เพื่อยืนยันว่าสาขาที่คุณเลือกเรียนยังคงได้รับสิทธิ์ในการขอ PGWP ในปี 2026

A: เนื่องจากเป็นสถาบันเอกชน เรียนหลักสูตรสถาบันเอกชนจะไม่สามารถขอ PGWP ได้ โดยตรงการขอ PGWP จะทำได้ผ่าน เส้นทาง Pathway (1+1) โดยเรียนที่ VFS/VanArts 1 ปี และโอนหน่วยกิตไปจบที่วิทยาลัยรัฐบาลพาร์ทเนอร์อีก 1 ปี เพื่อรับสิทธิ์ PGWP สูงสุด 3 ปีครับ

A: สมัครได้ นักเรียนสามารถใช้เส้นทาง English Pathway โดยการเรียนภาษากับสถาบันภาษาที่เป็นพันธมิตร หรือเรียนศูนย์ภาษาของวิทยาลัยโดยตรง (ESL/EAP) เมื่อเรียนจบระดับที่กำหนด ก็สามารถเข้าเรียนต่อหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

A:  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” และ “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

    • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
    • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 

(คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

    • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
    • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 

(คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

ตอบ: ติดตามได้แต่ทำงานไม่ได้ (Update 2026)

คู่สมรส: ขอได้เฉพาะ Visitor Visa เพื่อไปอยู่ด้วยกัน แต่ “ไม่มีสิทธิ์” ขอวีซ่าทำงาน (SOWP) เหมือนเมื่อก่อน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

FAQs Diploma

A: นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: จำเป็นค่ะ เนื่องจาก Diploma เป็นหลักสูตรระดับอนุปริญญา (Post-secondary) จึงต้องใช้ผลการเรียน (Transcript) และ ประกาศนียบัตรจบการศึกษา (Diploma/Certificate) ระดับ ม.6 หรือเทียบเท่า

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

ตอบ: (อัปเดต 2026) สำหรับวิทยาลัยรัฐเท่านั้น (Public College) ขอได้เฉพาะบางสาขา ไม่ได้สิทธิ์ทุกหลักสูตรเหมือนเมื่อก่อน โดยมีเงื่อนไขใหม่ดังนี้:

ต้องเรียนสาขาขาดแคลน: เฉพาะหลักสูตรที่ตรงกับสายงานที่แคนาดาต้องการ เช่น Healthcare, STEM (ไอที/วิศวะ), Trade (ช่าง), Transport หรือ Agriculture เท่านั้นจึงจะขอ PGWP ได้

เกณฑ์ภาษา: ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษระดับ CLB 5 ขึ้นไปขณะยื่นขอ PGWP

ระยะเวลา: เรียน 1 ปี ได้สิทธิ์ทำงาน 1 ปี | เรียน 2 ปี ได้สิทธิ์สูงสุด 3 ปี (หากสาขาตรงเงื่อนไข)

ก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร เช็ก CIP Code (รหัสหลักสูตร) เพื่อยืนยันว่าสาขาที่คุณเลือกเรียนยังคงได้รับสิทธิ์ในการขอ PGWP ในปี 2026

A: สมัครได้ นักเรียนสามารถใช้เส้นทาง English Pathway โดยการเรียนภาษากับสถาบันภาษาที่เป็นพันธมิตร หรือเรียนศูนย์ภาษาของวิทยาลัยโดยตรง (ESL/EAP) เมื่อเรียนจบระดับที่กำหนด ก็สามารถเข้าเรียนต่อหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่

A: โดยทั่วไปสถาบันในแคนาดาจะมีเกณฑ์การรับสมัครขั้นพื้นฐาน ดังนี้:

  • IELTS (Academic): คะแนนรวม (Overall) ไม่ต่ำกว่า 6.0 และแต่ละ Band ไม่ต่ำกว่า 5.5
  • Duolingo English Test (DET): คะแนนรวมประมาณ 105 – 115 คะแนนขึ้นไป

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

A: มีค่ะ  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” และ “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

  • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
  • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 
  • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

ตอบ: ติดตามได้แต่ทำงานไม่ได้ (Update 2026)

คู่สมรส: ขอได้เฉพาะ Visitor Visa เพื่อไปอยู่ด้วยกัน แต่ “ไม่มีสิทธิ์” ขอวีซ่าทำงาน (SOWP) เหมือนเมื่อก่อน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

FAQs Bachelor

Answer: ได้ค่ะ! เรียนจบระดับปริญญา (Bachelor/Master/PhD): ขอ PGWP ได้ “ทุกสาขาวิชา” มากสุดถึง 3 ปี โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสาขาที่เรียน (อัปเดตปี 2026) แต่ถ้าระดับ Diploma ต้องดูระยะเวลาเรียน และ สาขาวิชาอีกทีค่ะ

A: มีค่ะ  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” และ “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

A: นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

A: สมัครได้ค่ะ! สามารถเลือกเรียนหลักสูตร English Pathway กับทางสถาบัน หรือ โรงเรียนภาษาก่อนได้ สามารถเรียนปรับพื้นฐานภาษาได้ทั้งแบบออนไลน์ และ on-site ที่แคนาดา เรียนจบระดับที่กำหนดแล้ว สามารถเข้าเรียนหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่ค่ะ

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

FAQs Post-graduate Program

คำตอบ: ได้ค่ะ การพิจารณารับเข้าเรียนไม่ได้ดูแค่สาขาที่จบปริญญาตรีมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาจาก “สายงานที่ทำงานมา” (Work Experience) และเป้าหมายในอาชีพของนักเรียนด้วย

คำตอบ: ต่างกันที่ระดับของผู้เรียนและเนื้อหา

Diploma: เหมาะสำหรับผู้จบ ม.6 เน้นปูพื้นฐานใหม่ตั้งแต่ต้น ใช้เวลา 2-3 ปี

Post-Grad Certificate: ออกแบบมาสำหรับ “ผู้ที่จบปริญญาตรีแล้วเท่านั้น” เนื้อหาจะเข้มข้นกว่า เน้นการฝึกทักษะเฉพาะทาง (Career Training) เพื่อใช้ทำงานจริงระดับมืออาชีพ และใช้เวลาเรียนสั้นกว่า (1-2 ปี)

คำตอบ: ทั้งคู่เป็นวุฒิสูงกว่าปริญญาตรี แต่มีจุดประสงค์ต่างกันชัดเจน ดังนี้ครับ:

เน้นการเรียน: * Post-Grad: เน้น Career Training ฝึกทักษะเฉพาะทางเพื่อ “ใช้ทำงาน” ทันที

Master’s: เน้น Academic Research ทฤษฎีและการทำวิจัยเชิงลึก

ระยะเวลา: Post-Grad จบไวกว่า (8 เดือน – 2 ปี) ส่วนปริญญาโทมักใช้เวลา 2 ปีเต็ม

ตอบ: (อัปเดต 2026) ขอได้เฉพาะบางสาขา ไม่ได้สิทธิ์ทุกหลักสูตรเหมือนเมื่อก่อน โดยมีเงื่อนไขใหม่ดังนี้:

ต้องเรียนสาขาขาดแคลน: เฉพาะหลักสูตรที่ตรงกับสายงานที่แคนาดาต้องการ เช่น Healthcare, STEM (ไอที/วิศวะ), Trade (ช่าง), Transport หรือ Agriculture เท่านั้นจึงจะขอ PGWP ได้

เกณฑ์ภาษา: ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษระดับ CLB 5 ขึ้นไปขณะยื่นขอ PGWP

ระยะเวลา: เรียน 1 ปี ได้สิทธิ์ทำงาน 1 ปี | เรียน 2 ปี ได้สิทธิ์สูงสุด 3 ปี (หากสาขาตรงเงื่อนไข)

ก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร เช็ก CIP Code (รหัสหลักสูตร) เพื่อยืนยันว่าสาขาที่คุณเลือกเรียนยังคงได้รับสิทธิ์ในการขอ PGWP ในปี 2026

คำตอบ: โดยส่วนใหญ่สถาบันจะกำหนดเกณฑ์ภาษาอังกฤษดังนี้:

    • IELTS Academic: 6.5 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0)
    • Duolingo English Test: 110 – 125 คะแนน 
    • หากคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ หลายสถาบันมีหลักสูตรภาษาอังกฤษ Pathway ให้เรียนก่อนเริ่มหลักสูตรหลักได้ เรียนได้ทั้งออนไลน์ และ ที่แคนาดา

A: ทำได้ค่ะ นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

A: มีแน่นอนค่ะ!  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” และ “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

  • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
  • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 
  • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

ตอบ: ติดตามได้แต่ทำงานไม่ได้ (Update 2026)

คู่สมรส: ขอได้เฉพาะ Visitor Visa เพื่อไปอยู่ด้วยกัน แต่ “ไม่มีสิทธิ์” ขอวีซ่าทำงาน (SOWP) เหมือนเมื่อก่อน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

FAQs Master Degree

A: ได้ครับ หากเรียนหลักสูตรปริญญาโท (16 เดือนขึ้นไป) หรือปริญญาเอก คู่สมรสสามารถยื่นขอ Spouse Open Work Permit เพื่อติดตามไปทำงานแบบเต็มเวลาได้ตลอดระยะเวลาที่เรียน

บุตร: สามารถติดตามไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ฟรี (ระดับอนุบาล – มัธยมปลาย)

ตอบ: ไม่จำเป็นครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสถาบันและสาขาวิชาที่เลือก (บางแห่งอาจขอยกเว้นได้หากมีคุณสมบัติอื่นทดแทน)

Answer: ได้ค่ะ! เรียนจบระดับปริญญา (Bachelor/Master/PhD): ขอ PGWP ได้ “ทุกสาขาวิชา” มากสุดถึง 3 ปี โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสาขาที่เรียน (อัปเดตปี 2026) แต่ถ้าระดับ Diploma ต้องดูระยะเวลาเรียน และ สาขาวิชาอีกทีค่ะ

A: มีค่ะ  แคนาดามีระบบ “Co-op” ที่ให้นักเรียนมาทำงานจริงแบบเต็มเวลา (Full-time) โดยได้รับ “ค่าจ้าง” และ “หน่วยกิต” ควบคู่กันไป ช่วยสร้างประสบการณ์และคอนเนคชั่นก่อนเรียนจบ

A: นักเรียนสามารถทำงาน Part-time ได้ถูกต้องตามกฎหมาย สูงสุด  24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ ไม่จำกัดชั่วโมง (Full-time) ในช่วงปิดเทอม

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

A: สมัครได้ค่ะ สามารถเลือกเรียนหลักสูตร English Pathway กับทางสถาบัน หรือ โรงเรียนภาษาก่อนได้ สามารถเรียนปรับพื้นฐานภาษาได้ทั้งแบบออนไลน์ และ on-site ที่แคนาดา เรียนจบระดับที่กำหนดแล้ว สามารถเข้าเรียนหลักสูตรหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่ค่ะ

A: สถาบันในแคนาดาเปิดรับนักเรียน 3 รอบต่อปี ดังนี้:

  • Fall (กันยายน): รอบหลักที่เปิดรับทุกสาขาวิชา 
  • Winter (มกราคม): รอบยอดนิยมอันดับสอง เปิดรับในหลายสาขาหลัก

Summer/Spring (พฤษภาคม): รอบเสริมสำหรับบางสาขาวิชา หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ

A: แนะนำให้เริ่มสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 8 – 10 เดือน ก่อนวันเปิดเรียนค่ะ เนื่องจากการรอเอกสารตอบรับ (LOA), การขอหนังสือรับรองจากรัฐ (PAL) และขั้นตอนการขอวีซ่า (Study Permit) ระยะเวลาอยู่ที่ 3-4 อาทิตย์ค่ะ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

  • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1.4 – 1.5 ล้านบาท
  • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.8 – 2.0 ล้านบาท 
  • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

FAQs Work and Study (Co-op)

คำตอบ: “จำเป็นต้องมี” เนื่องจากกฎระเบียบใหม่ของ IRCC Canada (มีผลบังคับใช้ปี 2025-2026) ได้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขนักเรียนต้องแสดงคะแนนภาษาในการยื่นวีซ่าเรียน Work and Study

เกณฑ์คะแนนเบื้องต้น:

  • IELTS Academic: 5.5 – 6.0+ 
  • Duolingo (DET): 95 – 105+
  • PTE Academic: 46 – 50+
  • หรือเรียนภาษากับสถาบันภาษาที่แคนาดา แบบออนไลน์ หรือ on-site ก่อนได้

คำตอบ: 

  1. เลือกหลักสูตร พร้อมกรอกประวัติโปรไฟล์เบื้องต้นให้ทางทีมงาน IS Guide แนะนำหลักสูตรตามความเหมาะสมจากประวัติการเรียน และประวัติการทำงาน ช่วยวิเคราะห์ เพื่อคัดเลือกสถาบันและหลักสูตรที่เหมาะสมกับโปรไฟล์ผู้เรียนและมีโอกาสอนุมัติวีซ่าสูงสุด
  2. วัดระดับภาษาของสถาบัน (Online Placement Test)
  3. ส่งเอกสารสมัครเรียนกับทาง IS Guide

คำตอบ: “ไม่ได้” ค่ะ สำหรับโปรแกรม Work and Study (Co-op) ในวิทยาลัยเอกชน (Private Career College) ไม่เข้าเงื่อนไขในการขอ PGWP วีซ่าทำงานต่อหลังเรียนจบ 

หากต้องการอยู่ต่อ หลังเรียนจบโปรแกรม Co-op นักเรียนสามารถ สมัครเรียนต่อในหลักสูตรในหลักสูตร Co-op หรือ เรียนต่อที่ Public College โปรแกรม 2+2 จบมาสามารถขอ PGWP ได้ค่ะ

คำตอบ: นักเรียนเป็นผู้สมัครงานเอง โดยมีสถาบันเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุน

  • บทบาทของนักเรียน: ค้นหาตำแหน่งงาน ยื่นใบสมัคร และเข้ารับการสัมภาษณ์ด้วยตนเอง เพื่อฝึกทักษะการหางานจริงในแคนาดา
  • บทบาทของสถาบัน (Career Services):  เตรียมความพร้อมด้าน Resume และเทคนิคการสัมภาษณ์
    • จัดกิจกรรม Job Fair เพื่อให้นักเรียนพบปะกับนายจ้างโดยตรง
    • ประสานงานและแนะนำรายชื่อบริษัทพาร์ทเนอร์ (Host Partners) ให้กับนักเรียน

A: PAL (Provincial Attestation Letter) คือหนังสือรับรองจากรัฐ (Province) เป็นเอกสาร “บังคับ” ที่ต้องใช้ยื่นควบคู่กับใบตอบรับจากสถาบัน (LOA) เพื่อขอวีซ่านักเรียน (Study Permit) สำหรับนักเรียนในระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยค่ะ (ยกเว้นระดับปริญญาโท/เอก) สถาบันจะจัดการขอให้ค่ะ

Answer: สำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐบาล แนะนำงบประมาณเบื้องต้นดังนี้:

    • หลักสูตร 1 ปี: แนะนำเตรียม Statement ไม่ต่ำกว่า 1 – 1.2 ล้านบาท
    • หลักสูตร 2 ปี: แนะนำเตรียมขั้นต่ำ 1.5 – 1.8 ล้านบาท 
    • (คำนวณจาก: ค่าเทอมปีแรก + ค่าครองชีพปีละประมาณ $22,895CAD + เงินสำรองส่วนเพิ่มเพื่อให้โปรไฟล์น่าเชื่อถือ)

FAQs Language

คำตอบ: โดยทั่วไปแนะนำที่ 2-4 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้เห็นผลการพัฒนาที่ชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละบุคคล หากต้องการข้ามระดับภาษา (Level) มักใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ครับ

คำตอบ: 

  • เรียนไม่เกิน 6 เดือน: สามารถใช้ Visitor Visa (วีซ่าท่องเที่ยว) ในการเรียนได้เลย
  • เรียนมากกว่า 6 เดือน: จำเป็นต้องขอ Study Permit (วีซ่านักเรียน)

หมายเหตุ: ตั้งแต่ปี 2024  หากเรียนภาษามากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ต้องมีเอกสารรับรอง (PAL)

คำตอบ: 

  • หลักสูตรผู้ใหญ่ (Adult Programs): อายุ 18 ปีขึ้นไป 

หลักสูตรเยาวชน (Junior/Young Adult): เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 12-17 ปี (บางแคมป์ภาคฤดูร้อนอาจรับตั้งแต่ 8-9 ปี)

คำตอบ: 

  • สถาบันเอกชน (เช่น ILAC, ILSC): ยืดหยุ่นสูง เปิดรับนักเรียนใหม่ แทบทุกวันจันทร์ ตลอดทั้งปี

ศูนย์ภาษาในมหาวิทยาลัย: เปิดตามรอบเทอมการศึกษา โดยหลักคือ มกราคม, พฤษภาคม และกันยายน

คำตอบ: สถาบันเปิดรับผู้เรียนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน (Beginner) ไปจนถึงระดับสูง (Advanced) โดยผู้เรียนทุกท่านจะต้องทำแบบทดสอบวัดระดับ (Placement Test) เพื่อจัดเข้าชั้นเรียนที่เหมาะสมที่สุด (รับแบบทดสอบ ทักหาพี่ๆ IS Guide ได้เลย)

คำตอบ: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้เรียน โดยเฉลี่ยการขยับระดับภาษา (Level) จะใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ สามารถทำแบบทดสอบของสถาบันก่อนได้เพื่อประเมินระดับภาษาปัจจุบัน (รับแบบทดสอบ ทักหาพี่ๆ IS Guide ได้เลย)

IS Guide | Study Abroad in Canada & New Zealand

ที่ปรึกษาการศึกษาที่เชื่อถือได้ในประเทศไทยและเยอรมนี เรามีความเชี่ยวชาญในโปรแกรมศึกษาต่อต่างประเทศใน แคนาดาและเยอรมนี พร้อมให้การสนับสนุนเต็มรูปแบบตั้งแต่การเลือกโรงเรียนจนถึงการขอวีซ่าและการตั้งถิ่นฐาน

Copyright © 2026 International Student Guide Co., Ltd. All rights reserved. | website by dinosofts

ปลดล็อคอนาคตของคุณ – สมัครเลย!

เริ่มต้นการเดินทางในแคนาดาของคุณด้วย IS Guide

พร้อมก้าวสู่ขั้นต่อไปในการศึกษาของคุณแล้วหรือยัง? กรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อสมัครหลักสูตรในฝันของคุณ อย่าพลาดโอกาสนี้ที่จะกำหนดอนาคตของคุณ—ทีมรับสมัครของเรายินดีที่ได้พูดคุยกับคุณ!
พูดคุยกับเรา