คําถามที่พบบ่อย

หน้าเเรก /
คําถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

กำลังวางแผนเรียนต่อที่แคนาดาหรือเยอรมนีจากประเทศไทยอยู่ใช่ไหม? เราเข้าใจดีว่าคุณอาจมีคำถามมากมายเกี่ยวกับโรงเรียน การสมัครเรียน วีซ่า และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ IS Guide เราพร้อมช่วยให้ขั้นตอนต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและง่ายดาย ลองดูคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยที่สุดด้านล่าง หรือติดต่อเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล

การเลือกหลักสูตร และ ข้อมูลทั่วไป

จะเลือกคอร์สเรียนต่อในแคนาดาอย่างไรให้สมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือในมุมมองของ IRCC เพื่อเพิ่มโอกาสผ่านวีซ่า?

Q: เลือกคอร์สเรียนต่อ ควรเลือกยังไง?

1. ตามสายงานที่เราเรียน
2. ตามสายงานที่ทำงาน
3. เลือกคอร์สที่คิดว่าจะไปพัฒนา ส่งเสริมหน้าที่การงานที่ทำอยู่ปัจจุบันได้ อันนี้ให้เราลองนึกย้อนไปหากเราเป็น IRCC เค้าจะมีคำถามประมาณนี้เพราะเราต้อง convince เค้าให้ได้ว่า เราไม่ได้จะย้ายไปอยู่ประเทศเค้า แต่เราจะไปเพื่อพัฒนาให้หน้าที่การงานของเราจริงๆค่ะ เป็นการไปเรียนเพื่อ Career

ส่วนใหญ่วิทยาลัยรัฐบาล หรือ Public College, และมหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี และ ปริญญาโทขึ้นไปจะออก PGWP (Post Grad Work Permit – วีซ่าทำงานได้หลังเรียนจบ) ตั้งแต่ปี 2025 ต้องเช็คโปรแกรมที่สถาบันว่าตัวไหนเป็น PGWP Eligible (ไม่ใช่ทุกโปรแกรมจะได้ PGWP) แนะนำคอร์สที่มีระยะเวลา 2 ปี เพราะจะได้ PGWP 3 ปีค่ะ (เพิ่มมาอีก 1 ปี) หากเรียนคอร์สไม่ถึง 2 ปี จะได้ PGWP ตามระยะเวลาที่เรียนค่ะ อย่างเรียน 8 เดือนก็จะได้ PGWP เพิ่มเป็นแค่ 8 เดือนค่ะ
ส่วนใหญ่ที่สถาบันจะเปิดรับสมัคร 11-13 เดือนก่อนวันเปิดเรียน แต่จะปิดรับสมัครเมื่อจำนวนนักเรียนสมัครมาเต็มค่ะ หมายความว่าคอร์สที่เป็นที่นิยมอาจจะปิดรับสมัครตั้งแต่ 3 วันแรกก็มีค่ะ เพราะที่นั่งเต็ม ฉะนั้นจะเป็น first come first serve ค่ะ

ขั้นตอนในการสมัครเรียน:
1. การสมัครเรียน สามารถสมัครเรียนได้ต้องมีเอกสารสำคัญ 2 อย่าง
(1) เอกสารการเรียนวุฒิต่างๆ ตามลิส
(2) คะแนนภาษาอังกฤษ ต้องมีให้ครบก่อนที่สมัครได้ คะแนนภาษาอังกฤษ สามารถใช้ได้ 2 อย่าง ผลสอบคะแนนเทสต่างๆ หรือใบสมัครเรียนของ ILAC
(2.1) คือ ผลคะแนน IELTS หรือ Duolingo เลย ถ้าคะแนนถึงเกณฑ์ สามารถสมัครได้เลย แล้วจ่ายค่า Deposit ของสถาบัน เค้าจะออก LOA without condition มาให้ หมายความว่า นักเรียนคนนี้สามารถเข้าเรียนได้เลยโดยไม่มีข้อแม้
(2.2) สมัครโดยใช้ใบสมัครเรียนของ ILAC ถ้าเป็นสถาบันที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ ILAC แล้ว สามารถใช้ใบสมัครของ ILAC ที่ระบุระยะเวลาเรียนตามสมควรที่นักเรียนจะสามารถผ่านเกณฑ์เข้าเรียนของวิทยาลัยได้ หากใช้ใบสมัครเรียนของ ILAC ยื่น ทางวิทยาลัยจะออก LOA with condition มาให้ ซึ่งหมายความว่าตอบรับการเป็นนักเรียนแบบมีเงื่อนไข เงื่อนไขตรงนี้ก็คือเราต้องเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ตามที่เค้ากำหนดก่อน เค้าถึงจะรับเราเข้าเรียน หากยังไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็ยังไม่สามารถเข้าเรียนได้

2. รอใบตอบรับของสถาบัน วิทยาลัย
เมื่อเราสมัครเสร็จแล้ว ทางวิทยาลัยก็จะดูเกณฑ์ต่างๆ หากเราผ่านทุกเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สถาบันจะแจ้งมาและนักเรียนต้องจ่ายมัดจำเพื่อที่จะได้ LOA ออกมา

3. ยื่นวีซ่านักเรียน
LOA ที่เราได้มา เราต้องใช้ยื่นวีซ่า เพราะมันคือใบตอบรับเราเข้าเรียนของสถาบันที่แคนาดา หากยังไม่ได้ใบ LOA มา เราก็ไม่สามารถยื่นวีซ่านักเรียนได้

4. ยื่นวีซ่าติดตาม
วีซ่าติดตามจะยื่นได้ต่อเมื่อผู้เรียนหลักมีใบตอบรับ LOA without condition หรือตอบรับการเข้าเรียนแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งหมายความว่าผู้เรียนหลักต้องผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษแล้วค่ะ

ตอนสมัครสาขาที่เรียนไป แอดมินแนะนำให้เลือกสาขาเรียนที่จะเอาไปพัฒนาด้านอาชีพเราได้จริงๆ จะทำให้เขียน SOP ง่าย วีซ่าผ่านง่าย แล้วพอได้วีซ่าเรียบร้อยแล้ว เราค่อยไปเปลี่ยนสาขาเรียนได้ค่ะ (แต่สาขาที่จะเปลี่ยนไป ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีที่นั่งเหลือมั้ย หากมีที่นั่งพอ เราสามารถเปลี่ยนได้เทอมนั้นเลย หากเต็มแล้ว เราก็ต้องรอเทอมต่อไปค่ะ)
https://www.canada.ca/en/immigration-refugees-citizenship/services/application/application-forms-guides/guide-p7000-application-permanent-residence-provincial-nominee-class.html

ตรวจสอบสถาบันว่าสามารถขอ PGWP หลังเรียนจบได้มั้ย ตามลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ Check College/ University eligible for PGWP in Canada: ส่วนใหญ่ได้ทุกสถาบันที่เป็นรัฐบาล โปรแกรม diploma/ post-grad ที่จะไม่ได้จะเป็น private college โปรแกรม work and study/ career program https://www.canada.ca/en/immigration-refugees-citizenship/services/study-canada/study-permit/prepare/designated-learning-institutions-list.html

งานอะไรขาดแคลนในประเทศแคนาดา เมืองไหนขาดแคลนอาชีพอะไร ตรงนี้สามารถเข้าไปดูตามเว็บไซต์แคนาดาได้เลยค่ะ ว่าช่วงเวลานี้ เมืองนี้ต้องการอาชีพอะไรเพิ่มเติม หรือลองหาว่าเราเรียนสายนี้มา จะมีงานอะไรรองรับบ้างค่ะ เพราะสายงานอาจจะเปลี่ยนได้เรื่อยๆ แอดมินแนะนำว่าเข้าไปดูที่เว็บเลยจะชัวร์กว่าค่า Website หางาน ลองเข้าไปดูนะคะ http://www.jobbank.gc.ca/ http://www.youth.gc.ca/ http://www.monster.ca/ http://www.workopolis.com/ https://www.indeed.ca/

แอดมินแนะนำว่าให้ลงเรียนภาษาพร้อม diploma ไปเลยค่ะ เพราะส่วนนี้จะมีผลกระทบต่อการขอวีซ่าค่ะ ถ้าเรียนภาษาอย่างเดียวอาจจะต้องดูด้วยว่าประวัติการทำงานเอื้อกับการที่เราไปเรียนต่อภาษาต่ออย่างเดียวมั้ยค่ะ ส่วนใหญ่ตามประสบการณ์แล้วถ้าไปเรียนภาษาอย่างเดียว จะทำให้ประเมิณวีซ่ายากขึ้นค่ะถ้าเป็น adult student แล้วค่ะ
ไม่อยากเลือกคอร์สที่ตรงกับสายที่จบหรือที่ทำงานมา อยากเปลี่ยนสายงาน อยากลงคอร์สที่หางานทำต่อแคนาดาได้ง่าย ทำได้มั้ย⁉️ = ทำได้ค่ะ ตรงจุดนี้แอดมินเข้าใจค่ะ แต่เนื่องจากเรายื่นในฐานะ “Student Visa” ไป อันนี้เป็นมุมมองจากด้านการประเมินวีซ่านะคะ เพราะถ้าเราไปเรียน downgrade ลง หรือ เรียนที่ไม่สอดคร้อง ไม่สมเหตุสมผลว่าทำไมถึงต้องไปเรียนที่แคนาดา ทางสถาทูตอาจจะมองว่าเราเพียงแค่ใช้ใบ student visa เป็นใบเบิกทางเข้าประเทศค่ะ และเพราะหลังๆที่มีคนไทยสมัครเข้าไปเรียนที่แคนาดามากขึ้น การเลือกคอร์สเรียนให้เหมาะสมก็ถือเป็น 1 ใน key success factor ในการที่วีซ่าจะอนุมัติค่ะ แต่ว่าหากเปลี่ยนสายเรียน แล้วมีเหตุผล แรงจูใจ และ evidence มาซัพพอร์ทว่าทำไมถึงไปต้องไปเรียนสายนี้ต่อ ทำไมต้องไปเรียนที่แคนาดา เรียนไปแล้วเราได้ประโยชน์อะไรจากคอร์สนี้ การเรียนครั้งนี้จะทำให้เราพัฒนาได้อย่างไรบ้าง แล้วทำไมถึงอยากไปเรียนตอนนี้ หากสามารถดึงจุดนี้มาได้ ก็อาจจะทำให้เคสผ่านค่ะ
ส่วนใหญ่ที่สถาบันจะเปิดรับสมัคร 11 เดือนก่อนวันเปิดเรียนค่ะ แต่จะบางที่ก็ 13 เดือน หรือ บางที่ก็ 9 เดือนก่อนเปิดเทอมค่ะ วันปิดรับสมัคร: College ที่แคนาดาจะปิดรับสมัครเมื่อจำนวนนักเรียนสมัครมาเต็มค่ะ หมายความว่าคอร์สที่เป็นที่นิยมอาจจะปิดรับสมัครตั้งแต่ 3 วันแรกก็มีค่ะ เพราะที่นั่งเต็ม ฉะนั้นจะเป็น first come first serve ค่ะ
📝 กรอกประวัติเบื้องต้น เพื่อให้แอดมินและคุณลีแนะนำคอร์สตามความเหมาะสม 💰 ไม่มีค่าใช้จ่าย เป็น free consultation session ให้คำปรึกษาฟรี ก่อนตัดสินใจการใช้บริการ ⏰ Session นี้จะมีเวลา 30 นาทีต่อคน เพื่อจะพูดคุยแนะนำแผนการเรียนต่อ แนะนำสำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปเรียนได้มั้ย และต้องการแนวทางการเรียน สำหรับ Session ทาง IS Guide ขอสงวนสิทธิ์ให้กับนักเรียนที่ (1) ยังไม่เคยคุยปรึกษากับคุณลีมาก่อน (2) ยังไม่ได้สมัครเรียนกับทาง College หรือกับเอเจนซี่อื่นๆ หากนักเรียนยังไม่ได้ทำ 2 อย่างด้านต้น สามารถกรอกฟอร์มตามด้านล่างได้เลยค่ะ 🔗https://form.jotform.com/232230984065051
ทำเรื่องยากมั้ย ขึ้นอยู่กับสถาบันด้วยค่ะ บางที่ก็อาจจะย้ายได้เลยหลังจาก ยื่นวีซ่าเสร็จ หรือบางที่นักเรียนอาจจะต้องเรียนไปก่อน 1 เทอม แล้วเปลี่ยนอีกเทอมค่ะ เพราะปีหลังๆมา IRCC และ College ก็เคร่งขึ้นเรื่องการเปลี่ยนสายค่ะ เพราะเปลี่ยนสายเลยก็เหมือนการบิดเบียนข้อมูลของ IRCC พอมีนักเรียนทำเยอะขึ้นก็อาจจะกระทบกับชื่อเสียงของ College/ University ค่ะ ฉะนั้นบางครั้งเค้าจะไม่ให้เปลี่ยนทันที แต่จะต้องเป็นเทอมถัดไปค่ะ
เปิดเทอมที่ Public College in Canada เทอม Sep = เทอมใหญ่สุด รับนักเรียนเยอะสุด โปรแกรมเยอะสุด เทอม Jan = เทอมใหญ่สุด รับนักเรียนลองลงมา โปรแกรมเปิดลองลงมา เทอม May = เทอมเล็กสุด รับนักเรียนน้อย โปรแกรมเปิดน้อย

RNIP คือ 1 ใน โครงการ PR (Permanent Resident) เป็นโครงการที่เปิดมาเพื่อเอื้อต่อการขยาย community และ กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังชุมชนขนาดเล็กๆในแคนาดา โดยการสร้างทางโครงการยื่น PR สำหรับคนต่างชาติที่ต้องการทำงานและอาศัยอยู่ในหนึ่งในชุมชนดังกล่าว สรุปโดยสั้นๆคือ การเรียนต่อในเมืองเล็กๆ (ในลิสเมืองของ RNIP) จะเปิดทางในการยื่น PR ได้เลยเมื่อเรียนจบ และยื่นสมัครงานผ่านบริษัทที่เข้าร่วมในโครงการ RNIP ในสำหรับช่วง Pilot Program แค่มี Job Offer (ใบตอบรับเข้างาน จากบริษัทที่เข้าร่วมในโครงการ) ก็สามารถยื่น PR ได้เลย แต่ในส่วนล่าสุดที่ออกโครงการแบบถาวรระยะยาว ต้องรออ่านเพิ่มเติมว่า เอาแค่ใบตอบรับเข้างาน หรือ ทำงาน 6 เดือน – 1 ปี ถึงจะมีสิทธิ์ยื่น PR ได้ค่ะ Sources RNIP คืออะไร https://www.canada.ca/en/immigration-refugees-citizenship/services/immigrate-canada/rural-northern-immigration-pilot.html รายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ RNIP ในเมือง Sudbury https://investsudbury.ca/why-sudbury/newcomers/rnip/#EmployersHiringThroughRNIP1643734588679

Co-op / Work and Study / Career Program

co-op คือการที่สถาบันเปิด option ให้นักเรียนสามารถไปฝึกงานได้ ระหว่างเทอม หรือช่วงปิดเทอม อันนี้ทางสถาบันหาบริษัทมาให้แต่ว่า นักเรียนต้องผ่านสัมภาษณ์เองค่ะ practicum/ work placement อันนี้เป็นคอร์สที่สถาบันบังคับลงอยู่ในคอร์สเรียน ทางสถาบันหาที่ฝึกงานให้ ไม่ต้องสัมภาษณ์งาน ไปทำได้เลย
เรียน Work and Study / Co-op / Career Program ❌ ไม่สามารถให้คู่สมรสติดตามได้แบบ Open Work Permit ไม่สามารถทำงานได้ ❌ ลูกไม่สามารถเข้าเรียนฟรี ✅ ทำงาน part-time ระหว่างเรียนได้ 24 ชม./ อาทิตย์ ✅ ค่าเทอมเริ่มต้น 1.5 ปี = 170,000 บาท || 2 ปี = 200,000 บาท || 2.5 ปี = 250,000 บาท Work and Study คือ – เป็นคอร์สเรียนครึ่งนึง ทำงานครึ่งนึง – แนะนำสำหรับนักเรียนอายุต่ำกว่า 27 ปี (ไม่งั้นจะเสี่ยงวีซ่าไม่ผ่าน) – สำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงานมามาก หาประสบการณ์ใหม่ – จบแล้วไม่สามารถขอ PGWP วีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้ คุณสมบัติสำหรับนักเรียน Co-op / Work and Study / Career Program – ไม่จำกัดเกรด GPA – ไม่ต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษ – หากคะแนนภาษาอังกฤษยังไม่ถึงตามเกณฑ์ ต้องเรียนภาษาอังกฤษกับทางสถาบันก่อน – ยื่นผลสอบภาษา IELTS/ Duolingo/ TOEFL แทนการเรียนภาษาได้ – Statement เตรียมยื่นวีซ่า 1.0 – 1.5 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่าคนเดียว
การเรียน career program เบื้องต้นทางสถาบันจะให้เทสภาษาก่อนค่ะ หรือ เอาคะแนนภาษามายื่นค่ะ ถ้าภาษายังไม่ถึง ทางสถาบันจะให้ลงเรียนภาษาเพิ่มเติมก่อนค่ะ (เรียนออนไลน์ที่ไทยก็ได้ หรือ เรียนภาษาที่แคนาดาก็ได้ค่ะ) ระยะเวลาการเรียนขึ้นอยู่กับว่าระดับภาษาปัจจุบันเราอยู่เลเวลไหน และ ระดับภาษาที่เราต้องได้ตามเกณฑ์ของคอร์สเรียนอยู่ระดับไหนค่ะ 🥰
A : แนะนำให้เลือกเรียนหลักสูตร Co-op / Work and Study / Career Program (ทั้ง 3 หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรเดียวกัน แต่ชื่อเรียกต่างกัน) ขอแนะนำอย่างยิ่งสำหรับบัณฑิตจบใหม่หรือผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ เพราะหลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการค้นหาตัวเอง หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับบัณฑิตจบใหม่ที่อยากลองทำงานใน อุตสาหกรรมการทำงานในแคนาดา ทำงานและประหยัดเงินไปพร้อมกับการเรียนภาษา อย่างไรก็ตาม โปรแกรมนี้ไม่สามารถสมัครโดยผู้ติดตาม และไม่สามารถขอวีซ่าทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษาได้
ตอบ: เป็นหลักสูตรที่นักศึกษาจะได้เรียนครึ่งเดียวและทำงานอีกครึ่ง เหมาะสำหรับนักศึกษาจบใหม่ อายุต่ำกว่า 28 ปี ราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับหลักสูตรอื่นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาประสบการณ์ ค้นหาตัวเอง สะสมโปรไฟล์ และสร้างรายได้จากการทำงาน
  • คุณต้องได้รับหนังสือรับรองจากจังหวัด (Provincial Attestation Letter: PAL) จากจังหวัดที่คุณศึกษาอยู่ก่อน เพื่อให้สามารถยื่นขอวีซ่าได้ (รายละเอียดเพิ่มเติมภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567)
  • ไม่มีเกณฑ์เกรดเฉลี่ย
  • ไม่ต้องสอบคะแนนภาษาอังกฤษ
  • เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่า 1.0-1.5 ล้านบาท สำหรับการยื่นขอวีซ่าเดี่ยว

หลักฐานงานเงิน

หลักๆแล้ว Statement จะเป็นเงินในบัญชีค่ะ แต่สามารถยื่นหลักฐานอื่นๆเพิ่มได้อย่างเช่น กองทุน หุ้น ฉลากออมสินโฉนดที่ดิน รถ คอนโด หรืออย่างอื่นต่างๆค่ะ ตัวที่น้ำหนักจะแน่นที่สุดเวลายื่นจะขึ้นอยู่กับสภาพคล่องตัวของหลักฐานนั้นๆค่ะ เช่นหุ้น หรือ กองทุน ที่สามารถขายออกตลาดได้เลยเมื่อต้องการ ประมาณนี้ค่ะ หลักๆ 60% ควรจะเป็นเงินในบัญชีค่ะ
ผู้เรียนไปเรียน ควรใช้ Statement ของภรรยา/ สามีมั้ย? ถ้าไปผู้เรียนแพลนยื่นวีซ่าติดตามของสามี/ภรรยาด้วย ตอนยื่นวีซ่าผู้เรียนแอดมินแนะนำให้ยื่น statement ของผู้เรียนอย่างเดียวค่ะ ไม่แนะนำใช้ sponsor statement ของผู้ที่แพลนจะยื่นวีซ่าติดตามค่ะ (เช่นใช้ statement ของสามีเป็น sponsor ให้ภรรยาเรียน) กรณีตัวอย่างก็จะเป็น เคสที่ผู้ติดตามเป็น sponsor ให้ผู้เรียน ตอนผู้เรียนยื่นวีซ่าใช้ statement ของผู้ติดตาม ตรงนี้สถาทูตเลยมั่นใจว่านักเรียนมีกำลังเพียงพอที่จะ support แม้ไม่ได้ทำงานเพิ่มเพราะมีคน sponsor ให้ แต่ที่นี้พอยื่นติดตาม คนที่เคยเป็น sponsor ให้นักเรียน กลับติดตามไปด้วย ทางนี้สถาทูตก็เลยไม่มั่นใจว่าจะมีกำลังเพียงพอที่จะ support ทั้งตัวเองและนักเรียนค่ะ เค้าเลยปัดตกค่ะ
Financial Statement Statement ของ sponsor ย้อนหลัง 4 เดือน สำคัญมาก** ในเดือนสุดท้ายของ statement เงินจะต้องครอบคลุม ค่าใช้จ่ายที่นักเรียนจะต้องใช้ตอนไปแคนาดาตลอดการเรียน (ถ้าเรียน 2 ปี ก็ต้องมีเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้ง 2 ปี)
หากยื่นวีซ่านักเรียนเอง ควรมี Statement ของตัวเองด้วยนะคะ เพราะหากไม่มี statement ของตัวเอง มีแต่ของ sponsor เสี่ยงโดนปฏิเสธวีซ่าค่ะ
สำหรับโฉนดที่ดิน สามารถแนบด้วยได้ค่ะ กรณีที่จำนวนเงินพอดีกับ minimum requirement แอดมินแนะนำให้ยื่นด้วยค่ะ การยื่นโฉนดที่ดิน มีข้อดี 2 อย่างค่ะ 1 คือช่วยเพิ่มในด้าน Financial Stability หรือความมั่นคงด้านการเงิน แสดงว่าเรามีทรัพย์สินมากพอที่จะซัพพอร์ทตัวเองได้ 2 คือช่วยได้ด้าน Home ties การผูกมัดที่เรามีในประเทศไทยค่ะ
มี 2 ทางเลือกค่ะ (1) ถ้าสามารถแสดงเงินได้มากกว่าขั้นต่ำที่ IRCC ขอ แนะนำให้ขอเป็น student visa + open work permit + ลูกก็เป็น student visa ค่ะ (2) ถ้าแสดงเงินไม่เยอะ สามารถยื่นวีซ่าเป็น student visa + tourist visa (คุณแม่) + tourist visa (ลูก) หลังจากไปที่แคนาดาแล้ว ภรรยาสามารถยื่นวีซ่าออนไลน์ใหม่เป็น open work permit visa ได้ค่ะ และลูกก็ทำเป็น visitor record เข้าเรียนได้ค่ะ
Statement สำหรับยื่นวีซ่าแคนาดา ยื่นย้อนหลัง 4 เดือนค่ะ (นับถอยหลังจากวันที่ยื่นวีซ่า) เช่นยื่นวีซ่าเดือน กรกฎาคม เอา Statement เมษา-กรกฏาค่ะ (ในระหว่าง 4 เดือนที่แสดงแนะนำให้ไม่มีเงินก้อนใหญ่เข้านะคะ ถ้ามีเงินก้อนใหญ่เข้า ควรนำเข้าไว้ก่อนเช่น เอาเข้าเดือนมีนาคม แล้วให้เงินค้างไว้จนกว่าจะยื่นวีซ่าค่ะ) ในกรณี 4 เดือนที่ยื่นไป มีเงินก้อนใหญ่เข้ามา ต้องแสดงแหล่งที่มาของก้อนเงินนั้นๆ เช่น ขายบ้านได้ (เอาใบยืนยันการซื้อขายมายืนยัน หรือ เงินที่พ่อแม่ให้มา -> ยืนยันด้วยใบสูติบัตร)
ในการใช้ Sponsor เป็นผู้สนับสนุนดูแลค่าใช้จ่ายเอกสารที่ต้องเตรียมมี 3 อย่างหลักๆ 1. Proof of Relationship หลักฐานยืนยันว่าคนที่เป็น sponsor เรามีความเกี่ยวข้องกับเรา 1.1 ถ้าเป็นกรณี พ่อ-แม่ สามารถเอาใบเกิดโยงความสัมพันธ์ 1.2 ถ้าเป็นกรณี ลุง-ป้า-น้า-อา สามารถใช้ทะเบียนบ้าน ใบเกิด ของ พ่อ-แม่ ลุง-ป้า-น้า-อา เพิ่มเติม: หากคนใดในความสัมพันธ์นี้มีการเปลี่ยนชื่อ ต้องแปลใบเปลี่ยนชื่อนี้มาด้วย 2. Source of Income ใบแสดงว่ารายได้ของ sponsor นั้นมาจากไหน สามารถหาได้จาก 2.1 ใบรับรองเงินเดือน และใบรับรองจากบริษัท 2.2 หากเป็นเกษตร ชาวไร่ ให้เอาหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินมาแปลและเขียนอธิบาย (ใช้รูปภาพเพิ่มเติมได้) 2.3 หากเป็นอาชีพแม่ค้าขายของในตลาด สามารถนำใบที่ มีแผงขายในตลาดมายืนยันได้ (ใช้รูปภาพเพิ่มเติมได้) 3. Financial Statement Statement ของ sponsor ย้อนหลัง 4 เดือน สำคัญมาก** ในเดือนสุดท้ายของ statement เงินจะต้องครอบคลุม ค่าใช้จ่ายที่นักเรียนจะต้องใช้ตอนไปแคนาดาตลอดการเรียน ระบุความสัมพันธุ์ชอง sponsor เดี๋ยวแอดมินส่งลิสเอกสารให้ค่า
ผู้ที่ยื่นเงินทั้งหมด ทั้ง sponsor และตัวผู้เรียนเอง ถ้ามีเงินก้อนใหญ่ใน Statement ใน 4 เดือนที่ยื่นไป ต้องแสดงว่ามาจากไหนค่ะ แต่ถ้าไม่ได้มีแสดงใน 4 เดือนที่ยื่นไป ไม่ต้องแสดงแหล่งทีมาของเงินก้อนค่ะ (เช่นมีเงินก้อนเข้ามา 10 มค ยื่นวีซ่าได้ 11 พค โดยที่ไม่ต้องแสดงแหล่งที่มาของเงินก้อนค่ะ)
การคำนวณ Statement 2024 1. ค่าเทอม xจำนวนปีที่เรียน 2. ค่ากินอยู่ (ตามจำนวนผู้เรียนและผู้ติดตาม) xจำนวนปีที่เรียน ➖➖➖➖ เช่น เรียน 1 ปี สำหรับ ยื่นนักเรียนคนเดียวไม่มีผู้ติดตาม 1. 18,000 x1 2. 20,635 x1 Total = 18,000 + 20,635 = 38,635 CAD หรือ 1.0 ล้านบาทค่ะ ➖➖➖➖ ตัวอย่างที่ 2: เรียน 2 ปี ยื่นนักเรียน + ผู้ติดตาม 2 คน (รวมเป็น 3 คน) 1. 18,000 x2 (จำนวนปีที่เรียน) 2. 31,593 (ตามตาราง สำหรับ 3 คน) x2 (จำนวนปีที่เรียน) Total = 36,000 + 63,186 = 99,186 CAD หรือ 2.56 ล้านบาท
ถาม: ฉันสามารถสมัครวีซ่านักเรียนได้เมื่อใด?
  1. หลักฐานความสัมพันธ์ – เอกสารนี้ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้สนับสนุน
    • หากผู้สนับสนุนเป็นบิดามารดา สามารถใช้สูติบัตรเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ได้
  2. แหล่งที่มาของรายได้ – เอกสารที่พิสูจน์แหล่งที่มาของรายได้ของผู้สนับสนุน
    • ซึ่งอาจรวมถึงใบรับรองเงินเดือนหรือใบแจ้งยอดรายได้ที่บริษัทออกให้
    • สำหรับอาชีพอื่นๆ สามารถใช้รูปถ่ายหรือหลักฐานประกอบอื่นๆ ได้
  3. รายการเดินบัญชีธนาคารของผู้สนับสนุน – รายการเดินบัญชีธนาคารของผู้สนับสนุนย้อนหลังสี่เดือน
    • สำคัญ – ยอดคงเหลือของเดือนที่แล้วต้องเป็นไปตามจำนวนขั้นต่ำที่กำหนด

ILAC และ ผลสอบภาษาอังกฤษ

กี่ครั้งก็ได้ค่ะ แต่แนะนำว่าไม่เกิน 2 ครั้งค่ะ เพราะก่อนก่อนเข้าเรียนที่ ILAC ก็จะมีเทสอีกตัว (Cambridge Test) ให้ทำอีกครั้งก่อนสอบค่ะ

ได้ค่ะ เราสามารถลงใบสมัครของ ILAC ก่อนจ่ายค่าสมัคร แล้วเอาใบสมัครไปยื่นสมัครเรียนที่วิทยาลัย แล้วเลือกวันเริ่มเรียนของ ILAC หลังจากวีซ่าผ่านแล้วค่ะ

หากนักเรียนยังไม่มีผลสอบหรือไม่เคยทดสอบภาษาอังกฤษมาก่อน รบกวนทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษของ ILAC (ILAC English Assessment Test) ฟรี! ก่อนเข้ารับคำปรึกษาฟรีนะคะ เลือก: I am planning to study ILAC Agent: HEYNEN & HEYNEN UG Agent email: Malee Klinkrajay
ไม่จำเป็นค่ะ สามารถยื่นสมัครILAC แล้วพอได้ใบยืนยันจาก ILAC แล้วสามารถนำไปสมัครเรียนได้เลยค่ะ แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ค่ะ ต้องสมัคร ILAC ถึงตาม minimum requirement ที่เค้ากำหนดค่ะ เช่นลองเทสได้ ILAC เลเวล 10 ก็ต้องสมัครอย่างน้อย 20 อาทิตย์ค่ะ ไม่งั้นทาง ILAC จะไม่ออก LOA มาให้ แล้วจะไม่สามารถนำไปสมัครเรียนได้ค่ะ
เอกสารสำหรับสมัคร ILAC: 1. สำเนา passport 2. Education Certificate ใบวุฒิจบม.6 หรือ ปตรี หรือ ใบ transcript ต่างๆแบบแปลเอกสารแล้ว 3. เลือก Slot และ วันเริ่มเรียนได้เลยค่ะ 4. คะแนนภาษาอังกฤษ ถ้าเคยสอบ อย่าง IELTS/ Duolingo หากไม่เคยสอบสามารถใช้ผลทดสอบของ ILAC ได้ 5. อีเมล์ เบอร์ผู้เรียน ที่อยู่ และ ชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน + เบอร์โทรศัพท์ผู้ติดต่อฉุกเฉิน เอกสารทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมแนบสำเนาใบต้นฉบับ หากยังไม่ได้แปลมาทาง IS Guide มีบริการแปลเอกสารให้ใบละ 400 บาทค่ะ สามารถส่งเอกสารมาได้ทาง อีเมล์ admin@is-guide.com และ malee@is-guide.com
ILAC KISS – เรียนออนไลน์ท่ีไหนก็ได้ ILAC on campus – เรียน ILAC ที่แคมปัสประเทศแคนาดา สามารถเลือกได้ที่ Vancouver หรือ Toronto ข้อมูลของ ILAC: เรียนออนไลน์ ILAC ได้ ตอนนี้ราคาโปรโมชั่น 120CAD/ weeks (ราคาโปรโมชั่น) ปกติ 150-180CAD/ weeks หรือ นักเรียนบางคนก็เลือกเรียนออนไลน์ก่อนช่วงแรก และช่วงหลังไปเรียนต่อที่ campus ค่ะ เรียนที่ campus (Vancouver, Toronto) ราคา 315-350 CAD/ weeks *มีค่าสมัคร $100 CAD สำหรับเรียนออนไลน์ และ $190 CAD สำหรับสมัครไปเรียนที่แคมปัสแคนาดา **มีค่า Material fees $10 CAD ต่ออาทิตย์สำหรับออนไลน์ และ $20 CAD สำหรับเรียนที่แคมปัสแคนาดา
ระยะเวลาการเรียนของ ILAC จะขึ้นอยู่กับเลเวลภาษาอังกฤษของเราปัจจุบันค่ะ สามารถใช้เทสภาษาอังกฤษที่เคยสอบอย่าง duolingo หรือ IELTS มาเทียบได้ แต่หากยังไม่มี สามารถใช้ ILAC online free test เป็นตัววัดเกณฑ์ได้ค่ะ (เลเวลสำหรับ Diploma 16 และ level 17, 18 สำหรับ post-grad diploma) ทาง ILAC เค้าประเมินคร่าวๆว่าเรียนเลเวลละ 4 อาทิตย์ค่ะ แต่ระยะนี้สามารถน้อยลงได้ เพราะเค้ามีการสอบวัดระดับทุกๆ 2 อาทิตย์ค่ะ
หากเรียนออนไลน์ 8 อาทิตย์ ILAC KISS เรียนออนไลน์ 8 อาทิตย์ ค่าเรียน 110 CAD x 8 = 880 CAD ค่า material fees 80 CAD ค่าสมัคร 100 CAD รวมทั้งหมด 1,060 CAD หรือ ประมาณ 28,000 บาทค่ะ
ไม่ได้ค่ะ ตอนสมัครเรียนที่ College ‼️จำเป็น‼️ ต้องมี เอกสาร English Requirement (เกณฑ์ภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่สถาบันขอ) English Requirement ถ้าไม่มี หรือ มีเทส แต่คะแนนไมาถึงเกณฑ์ ไม่สามารถสมัครเรียนที่ College ได้ค่ะ การยื่น English Requirement จะยื่นได้ 3 แบบค่ะ (1) IELTS (คะแนนแล้วแต่คณะ) ต้องได้คะแนนตามเกณฑ์ของสถาบันและคณะนั้นๆ หากคะแนนยังไม่ถึงเกณฑ์ก็ยังไม่สามารถใช้ผลสอบได้ และจะถือว่า Application ยังไม่ complete ค่ะ และยังสมัครไม่ได้ (2) Duolingo (คะแนนแล้วแต่คณะ) ต้องได้คะแนนตามเกณฑ์ของสถาบันและคณะนั้นๆ หากคะแนนยังไม่ถึงเกณฑ์ก็ยังไม่สามารถใช้ผลสอบได้ และจะถือว่า Application ยังไม่ complete ค่ะ และยังสมัครไม่ได้ (3) ILAC LOA (ใบสมัครเรียนของ ILAC ตามระยะเวลาเรียนที่สมควร และลงตามเกณฑ์กำหนดขั้นต่ำ การันตีว่าเราจะถึงเกณฑ์ของ College ก่อนเข้าเรียน)
เรียนภาษาเพิ่มเติม สามารถเลือกได้ 2 ที่ค่า เรียนที่ College เลย หรือจะเรียนที่สถาบันสอนภาษาก่อนก็ได้ค่า (1) เรียนที่สถาบันเลย สามารถเรียนภาษาก่อนเป็น EAP program จบแล้วเรียนต่อคอร์สของ College ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนที่เรียน ข้อดีคือเรียนที่เดียวยาวๆเลย แต่ข้อเสียคือค่าเรียนแพงกว่า และไม่สามารถเปลี่ยน College ได้หากเปลี่ยนใจ (2) เรียนที่สถาบันสอนภาษาที่เป็น partner กับ College ต่างๆ เช่นที่สถาบัน ILAC ค่ะ เราสามารถเรียนที่ ILAC แล้วเข้าเรียนต่อที่ College ได้เลยหลังจบคอร์สไม่ต้องสอบใหม่ ข้อดีคือค่าเรียนถูกกว่า สามารถเลือกเรียนออนไลน์ได้ด้วย หรือเรียนแบบ hybrid เรียนออนไลน์ครึ่งนึง แล้วเรียนต่อที่แคมปัสอีกครึ่งค่ะ แถมยังสามารถเปลี่ยน College ได้หากเปลี่ยนใจ เพราะใช้ผลการเรียน ILAC ยื่นได้หลาย College ค่ะ ข้อเสียคือต้องเปลี่ยนที่เรียนหลังเรียนจบค่า
เลือกเรียน EAP ที่ College หรือ เรียนที่สถาบันสอนภาษาอย่าง ILAC/ ILSC: เรียนภาษาเพิ่มเติม สามารถเลือกได้ 2 ที่ค่า เรียนที่ College เลย หรือจะเรียนที่สถาบันสอนภาษาก่อนก็ได้ค่า (1) เรียนที่สถาบันเลย สามารถเรียนภาษาก่อนเป็น EAP program จบแล้วเรียนต่อคอร์สของ College ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนที่เรียน ข้อดีคือเรียนที่เดียวยาวๆเลย แต่ข้อเสียคือค่าเรียนแพงกว่า และไม่สามารถเปลี่ยน College ได้หากเปลี่ยนใจ (2) เรียนที่สถาบันสอนภาษาที่เป็น partner กับ College ต่างๆ เช่นที่สถาบัน ILAC ค่ะ เราสามารถเรียนที่ ILAC แล้วเข้าเรียนต่อที่ College ได้เลยหลังจบคอร์สไม่ต้องสอบใหม่ ข้อดีคือค่าเรียนถูกกว่า สามารถเลือกเรียนออนไลน์ได้ด้วย (3,000 บาท/ อาทิตย์) หรือเรียนแบบ hybrid เรียนออนไลน์ครึ่งนึง แล้วเรียนต่อที่แคมปัสอีกครึ่งค่ะ (7,000 บาท/ อาทิตย์) แถมยังสามารถเปลี่ยน College ได้หากเปลี่ยนใจ เพราะใช้ผลการเรียน ILAC ยื่นได้หลาย College ค่ะ ข้อเสียคือต้องเปลี่ยนที่เรียนหลังเรียนจบค่า
ไม่ได้ค่ะ ตอนสมัครเรียนที่ College ‼️จำเป็น‼️ ต้องมี เอกสาร English Requirement (เกณฑ์ภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่สถาบันขอ) English Requirement ถ้าไม่มี หรือ มีเทส แต่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ไม่สามารถสมัครเรียนที่ College ได้ค่ะ การยื่น English Requirement จะยื่นได้ 3 แบบค่ะ (1) IELTS/ Duolingo Test (คะแนนแล้วแต่คณะ) ต้องได้คะแนนตามเกณฑ์ของสถาบันและคณะนั้นๆ หากคะแนนยังไม่ถึงเกณฑ์ก็ยังไม่สามารถใช้ผลสอบได้ และจะถือว่า Application ยังไม่ complete ค่ะ และยังสมัครไม่ได้ (2) ILAC LOA (ใบสมัครเรียนของ ILAC ตามระยะเวลาเรียนที่สมควร และลงตามเกณฑ์กำหนดขั้นต่ำ การันตีว่าเราจะถึงเกณฑ์ของ College ก่อนเข้าเรียน) (3) EAP Program at College ลงเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่ College เลย
ขั้นตอนหลังสมัคร ILAC (1) ส่งเอกสารสมัครเรียน ILAC (2) รอ Invoice จาก ILAC (3) ชำระเงิน (4) รอ LOA และ Receipt (5) นักเรียนได้ Orientation และเข้าเรียนตามกำหนด
แอดมินจะส่ง orientation email ให้มีรอบวันศุกร์ และ วันอาทิตย์นะคะ (เวลา Toronto ต้องเทียบเวลาไทยเอานะคะ) หากไม่ได้แนบผลสอบ IELTS/ Duolingo ไปตอนสมัคร ทาง ILAC จะให้ทดสอบ Cambridge Test อีกรอบนะคะ ☺️ ทดสอบเสร็จแล้ว สามารถ Log-in เข้าไป student portal เพื่อเข้าคาสเรียนตามตารางได้เลยนะคะ (ทาง ILAC จะส่งรายละเอียดการเข้ามาให้ค่ะ)
Public College – Diploma (อนุปริญญาตรี) ILAC 14-15 IELTS 6.0 – Post-grad certificate (อนุปริญญาโท) ILAC 16-17 IELTS 6.5 Private College – Work and Study (Career Program) ILAC Level 8-12 // IELTS 4.0-5.0 แล้วแต่คอร์สเรียน
ILAC KISS เรียนยังไง⁉️💻 ✅ เป็นการเรียน English Pathway รูปแบบ Online (ใช้ยื่นแทนกรณีไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษเช่น IELTS/ Duolingo/ TOEFL) ✅ เรียนผ่านระบบ Zoom Meeting ✅ ไม่ต้องเรียน ILAC ให้จบคอร์สก็สามารถนำใบยืนยันการสมัครเรียนจาก ILAC ไปสมัครเรียนDiploma/ Post-grad ต่อได้เลย (ต้องสมัครเรียน ILAC ตาม minimum requirement ที่กำหนดไม่งั้นทาง ILAC จะไม่ออก LOA มาให้) ✅ มีสอบวัดระดับระหว่างเรียนทุกๆ 2 สัปดาห์ เพื่อ Up Level (ถ้าสอบผ่านเร็ว อาจเรียนจบเร็วกว่าที่ทางILAC ประเมินไว้ได้) ✅ ต้องเข้าเรียนตามSlotเวลาเรียนที่เลือกไว้ ไม่มีคลิปเรียนย้อนหลัง ✅ สามารถสมัครเรียนเพิ่มเพื่อต่อคอร์สได้ ✅ รูปแบบการเรียนมีเรียน 4 Part (ฟัง พูด อ่าน เขียน) ✅ ชำระค่าเรียนพร้อมค่าสมัครเต็มภายใน 1 อาทิตย์ก่อนวันเริ่มเรียน ILAC
ขั้นตอนการสมัครเรียน ILAC ส่งเอกสารสมัครเรียนตามลิส 1. ยื่นสมัครเรียน – ชำระค่าสมัครเรียน 190 CAD + ค่ามัดจำการบริการของ IS Guide* 2. รอสถาบันตอบรับ – ได้รับ LOA (ระยะเวลารอ 3-5 วันทำการ) 3. เตรียมเอกสาร และ ยื่นวีซ่า – ระยะเวลารอวีซ่า 4-8 อาทิตย์ 4. วีซ่าผ่าน ชำระค่าเรียน – เรียนออนไซต์ (ที่แคนาดา) ชำระล่วงหน้าภายใน 1 เดือนก่อนเปิดเทอม 5. ทดสอบภาษาอังกฤษกับทาง ILAC – เฉพาะนักเรียนที่ไม่มีผลสอบ IELTS/ Duolingo 6. เข้าปฐมนิเทศของ ILAC 7. เข้าเรียน
A: ILAC เสนอรูปแบบการเรียนรู้สองรูปแบบ:
  1. ILAC KISS: การเรียนรู้ออนไลน์จากทุกที่
  2. ILAC On-Campus: เรียนที่วิทยาเขต ILAC ในแวนคูเวอร์หรือโตรอนโต
ราคาหลักสูตร ILAC เรียนออนไลน์ ราคาโปรโมชั่น ILAC Now 120 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์ ปกติ 150-180 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์ หรือนักศึกษาบางคนเลือกเรียนออนไลน์ก่อน แล้วค่อยเรียนต่อที่วิทยาเขต ราคาเรียนที่วิทยาเขต (แวนคูเวอร์, โตรอนโต) 315-350 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์

ราคาหลักสูตร ILAC

เรียนออนไลน์ ราคาโปรโมชั่น ILAC Now 120 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์ ปกติ 150-180 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์ หรือนักศึกษาบางคนเลือกเรียนออนไลน์ก่อน แล้วค่อยเรียนต่อที่วิทยาเขต
ราคาเรียนที่วิทยาเขต (แวนคูเวอร์, โตรอนโต) 315-350 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์

  • มีค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนเรียนออนไลน์ 100 ดอลลาร์แคนาดา และ 190 ดอลลาร์แคนาดาสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยในแคนาดา
  • ค่าธรรมเนียมอุปกรณ์การเรียน 10 ดอลลาร์แคนาดาต่อสัปดาห์สำหรับการเรียนออนไลน์ และ 20 ดอลลาร์แคนาดาสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยในแคนาดา
ตอบ: ระยะเวลาการเรียน ILAC จะขึ้นอยู่กับระดับภาษาอังกฤษปัจจุบันของเรา คุณสามารถใช้แบบทดสอบภาษาอังกฤษที่คุณเคยทำมาแล้ว เช่น Duolingo หรือ IELTS ได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณยังไม่มี คุณสามารถใช้แบบทดสอบออนไลน์ ILAC ฟรีเป็นเกณฑ์มาตรฐานได้
(ระดับ 16 สำหรับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับ 17 และ 18 สำหรับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง) ILAC ประมาณการคร่าวๆ ว่าแต่ละระดับใช้เวลาเรียน 4 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาดังกล่าวสามารถย่อลงได้ เนื่องจากมีการทดสอบวัดระดับทุก 2 สัปดาห์
  • มีค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน 100 ดอลลาร์แคนาดาสำหรับการเรียนออนไลน์ และ 190 ดอลลาร์แคนาดาสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยในแคนาดา
  • ค่าธรรมเนียมสื่อการสอน 10 ดอลลาร์แคนาดาต่อสัปดาห์สำหรับการเรียนออนไลน์ และ 20 ดอลลาร์แคนาดาสำหรับชั้นเรียนในมหาวิทยาลัยในแคนาดา

A : คุณสามารถทำแบบทดสอบประเมินภาษาอังกฤษ ILAC ได้ฟรี

หากคุณไม่เคยสอบภาษาอังกฤษมาก่อน
    • ระดับ 16 – จำเป็นสำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (Diploma)
    • ระดับ 17-18 – จำเป็นสำหรับหลักสูตรปริญญาโท (Advanced Degree)
(การสอบใช้เวลา 30 นาที)
ทำแบบทดสอบได้ที่นี่: แบบทดสอบออนไลน์ ILAC
  • เลือก: ฉันวางแผนที่จะเรียนที่ ILAC
  • ตัวแทน: HEYNEN & HEYNEN UG
  • อีเมลตัวแทน: kawisara.isguide@gmail.com
ตอบ: เพื่อวัดระดับภาษาของนักเรียนในเบื้องต้น ในการสมัครเรียนต่อที่แคนาดา คุณต้องมีภาษาอังกฤษที่ตรงตามเกณฑ์ก่อน ดังนั้น หากนักเรียนมีแผนที่จะสมัครเรียนต่อที่แคนาดา การทดสอบภาษาเบื้องต้นจะช่วยวางแผนระดับภาษาของนักเรียน หรือจำนวนสัปดาห์ที่ต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เป็นต้น
ทดสอบภาษาของคุณกับ ILAC เพราะ ILAC เป็นโรงเรียนสอนภาษาอันดับ 1 ในแคนาดา และเราสามารถใช้ผลการสอบ ILAC เพื่อสมัครเข้าเรียนในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำในแคนาดาได้ ดังนั้น การสอบ ILAC จึงเป็นการประเมินที่ดีมาก เราจะสามารถประเมินได้ว่า ขณะนี้เราอยู่ในระดับใด -> เราต้องเรียนอีกกี่สัปดาห์จึงจะถึงระดับที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ตอบ: ไม่มีขีดจำกัด แต่แนะนำให้รับประทานไม่เกิน สองครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
ก่อนที่จะเริ่มหลักสูตร ILAC จะส่งการทดสอบ Cambridge เพื่อการประเมินเพิ่มเติมด้วย
ตอบ: หากนักเรียนหลักยังมีคะแนนภาษา (ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ ILAC กำหนด) เมื่อสมัครเข้าเรียนที่วิทยาลัย นักเรียนจะได้รับ LOA แบบมีเงื่อนไข (การรับเข้าเรียนแบบมีเงื่อนไข) ในกรณีนี้ นักเรียนจะไม่สามารถสมัครขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปด้วย เช่น ใบอนุญาตทำงานแบบเปิด (Open Work Permit) ได้ นักเรียนสามารถสมัครได้เฉพาะวีซ่าท่องเที่ยวเท่านั้น
นักเรียนชั้นประถมศึกษาต้องเรียนภาษาอังกฤษให้ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดและส่งคะแนนสอบให้วิทยาลัย เพื่อให้วิทยาลัยสามารถออก LOA โดยไม่มีเงื่อนไขก่อนยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปกับภรรยา/สามี ในฐานะใบอนุญาตทำงานแบบเปิด สำหรับนักเรียนเด็ก คุณสามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวและยื่นขอบันทึกการเดินทางเมื่อเข้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คุณจะสามารถเรียนได้ฟรี ตามระยะเวลาของวีซ่านักเรียนชั้นประถมศึกษา
  1. สำเนาหนังสือเดินทาง
  2. ใบรับรองการศึกษา (ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรี หรือใบแสดงผลการเรียน – ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด)
  3. เลือกวันเริ่มต้นการศึกษาและช่วงเวลา
  4. คะแนนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (IELTS/Duolingo) หากคุณยังไม่ได้สอบ สามารถใช้ผลสอบ ILAC ได้
  5. ข้อมูลส่วนตัว (อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ช่องทางการติดต่อฉุกเฉิน)
เอกสารทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมสำเนาต้นฉบับหากยังไม่ได้แปล IS Guide ให้บริการแปลเอกสารในราคา 400 บาทต่อฉบับ

You can send the documents via email to Mr. Lee.
– mklinkrajay@gmail.com

– และ Email ของแอดมินkawisara.isguide@gmail.com

ตอบ: ไม่ได้ คุณสามารถยื่นจดหมายยืนยันจาก ILAC เพื่อสมัครเข้าวิทยาลัยได้ ไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา
  1. สมัครเรียนหลักสูตร ILAC – English University Pathway ตามข้อกำหนดขั้นต่ำที่ ILAC กำหนด
  2. ชำระค่าเล่าเรียน ILAC (เต็มจำนวน) เพื่อออกหนังสือยืนยันการลงทะเบียน
  3. นำหนังสือยืนยันไปสมัครที่วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย
  4. วิทยาลัย/มหาวิทยาลัยจะออกหนังสือตอบรับแบบมีเงื่อนไข (CLOA)
ข้อดี = สามารถสำรองที่นั่งในวิทยาลัย/มหาวิทยาลัยล่วงหน้าได้
A: ไม่ได้ คุณไม่สามารถทำได้
เมื่อสมัครเข้าเรียนในวิทยาลัย คุณต้อง! ส่งเอกสารแสดงคุณสมบัติภาษาอังกฤษ (ตามข้อกำหนดของสถาบัน) หากคุณมีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ใบสมัครของคุณจะไม่ได้รับการพิจารณา
มีสามวิธีในการส่งหลักฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ:
  1. IELTS – คะแนนที่กำหนดขึ้นอยู่กับสถาบันและหลักสูตร หากคะแนนไม่ตรงตามข้อกำหนด ใบสมัครของคุณจะถือว่าไม่สมบูรณ์ และคุณจะไม่สามารถสมัครได้
  2. Duolingo – เช่นเดียวกับ IELTS คุณต้องมีคะแนนตามที่กำหนดสำหรับสถาบันและหลักสูตร หากคะแนนต่ำกว่าข้อกำหนด ใบสมัครจะไม่สมบูรณ์
  3. ILAC LOA – นี่คือจดหมายตอบรับ (LOA) จาก ILAC สำหรับระยะเวลาการศึกษาที่เหมาะสม ซึ่งรับรองว่าคุณจะมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดความสามารถทางภาษาอังกฤษของวิทยาลัยก่อนที่จะเริ่มเรียนในหลักสูตรของวิทยาลัย
A: คุณมีสองตัวเลือก:
  1. เรียนที่วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย – คุณสามารถลงทะเบียนเรียนในหลักสูตร EAP (ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษา) แล้วเรียนต่อในหลักสูตรวิทยาลัยของคุณได้โดยตรงโดยไม่ต้องเปลี่ยนสถาบัน
    • ข้อดี: คุณจะเรียนที่สถาบันเดียวกันตลอดหลักสูตร
    • ข้อเสีย: ค่าเล่าเรียนสูงกว่าและความยืดหยุ่นที่จำกัดหากคุณต้องการเปลี่ยนวิทยาลัย
  2. เรียนที่สถาบันภาษาที่ร่วมมือกับวิทยาลัย/มหาวิทยาลัย – ตัวอย่างเช่น ILAC (สถาบันภาษานานาชาติแห่งแคนาดา)
    • คุณสามารถเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ ILAC แล้วจึงเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องสอบ IELTS/Duolingo ใหม่
    • ข้อดี: ค่าเล่าเรียนถูกกว่า มีตัวเลือกการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (ออนไลน์ แบบผสมผสาน) และสามารถเปลี่ยนวิทยาลัยได้
    • ข้อเสีย: คุณจะต้องเปลี่ยนสถาบันหลังจากเรียนจบหลักสูตรภาษาอังกฤษ
ตอบ: ใช่ หากคุณวางแผนที่จะเรียนภาษาอังกฤษในแคนาดา คุณสามารถยื่นใบสมัครไปยัง ILAC ก่อน ชำระค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน และใช้จดหมายตอบรับเพื่อสมัครเข้าเรียนในวิทยาลัย คุณสามารถเลือกเริ่มเรียนหลักสูตร ILAC ได้หลังจากวีซ่าของคุณได้รับการอนุมัติ
อย่างไรก็ตาม หากคุณยื่นขอวีซ่าก่อนที่จะมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดความสามารถทางภาษาอังกฤษ คู่สมรสของคุณจะไม่มีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตทำงานแบบเปิดสำหรับคู่สมรส
  • ผู้สมัครหลักต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดภาษาอังกฤษก่อน
  • หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้ติดตามสามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวแทนได้

หลักสูตร ปริญญาโท

Master Degree / เรียนป.โท ✅ สามารถให้คู่สมรสติดตามได้แบบ Open Work Permit สามารถทำงานได้ ✅ ลูกเข้าเรียนฟรี ✅ ทำงาน part-time ระหว่างเรียนได้ 24 ชม./ อาทิตย์ ✅ ค่าเทอมเริ่มต้น 750,000 บาท ต่อโปรแกรม คุณสมบัติสำหรับนักเรียนป.โท – ระยะเวลาเรียน 20-24 เดือน (2 ปี) – จบแล้วสามารถขอ PGWP วีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้มากสุด 3 ปี – ป.ตรี GPA 2.7 ขึ้นไป – มีประสบการณ์การทำงานสายที่จะเรียน 2-3 ปี ขึ้นไป (เฉพาะบางสถาบัน) – คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 6.5+ หรือ เรียนภาษากับ ILAC – Statement เตรียมยื่นวีซ่าขั้นต่ำ 2.2 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่าคนเดียว – Statement เตรียมยื่นวีซ่าขั้นต่ำ 2.5 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส – Statement เตรียมยื่นวีซ่าขั้นต่ำ 2.8 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส + ลูก 1 คน – Statement เตรียมยื่นวีซ่าขั้นต่ำ 3.1 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส + ลูก 2 คน
ฉันควรเลือกเรียนปริญญาโทหรือปริญญาเอกดี? เนื่องจากคู่สมรสสามารถสมัครขอวีซ่า Spouse Open Work Permit ได้ พวกเขาจึงสามารถทำงาน และบุตรก็สามารถสมัครเรียนฟรีได้
  • ปริญญาตรี เกรดเฉลี่ย 2.8 ขึ้นไป
  • มีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 2-3 ปีในสาขาที่จะศึกษา
  • คะแนน IELTS ภาษาอังกฤษ 6.5 ขึ้นไป
    • หรือเรียนภาษากับ ILAC (บางสถาบัน)
    • หรือเรียนภาษากับ ICEAP (บางสถาบัน)
  • คำชี้แจง
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 2.2 ล้านบาทสำหรับวีซ่าเดี่ยว
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 2.5 ล้านบาทสำหรับวีซ่านักเรียนหรือวีซ่าคู่สมรส
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าสำหรับ ขั้นต่ำ 2.8 ล้านบาทสำหรับการยื่นขอวีซ่านักเรียน – คู่สมรส + บุตร 1 คน
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าขั้นต่ำ 3.1 ล้านบาทสำหรับการยื่นขอวีซ่านักเรียน – คู่สมรส + บุตร 2 คน

หลักสูตร อนุปริญญาตรี / อนุปริญญาโท / ประกาศนียบัตร

เรียน Diploma หรือ อนุปริญญาตรี 🚫 ไม่สามารถให้คู่สมรสติดตามได้แบบ Open Work Permit ไม่สามารถทำงานได้ ✅ คู่สมรสยื่นได้แต่ Tourist Visa ✅ ลูกยังเข้าเรียนฟรี ✅ ทำงาน part-time ระหว่างเรียนได้ 24 ชม./ week ✅ ค่าเทอมปีละ 420,000-500,000บาท / ปี Diploma คือ – คอร์สอนุปริญญาตรี (หลักสูตรหลังจบม.6) เรียน 2 ปี – ใช้แค่วุฒิม.6 สมัคร – เน้นสายวิชาชีพ – เรียนจบแล้วสามารถขอ PGWP วีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้มากสุด 3 ปี (PGWP ได้จำกัดบางสาขา) คุณสมบัติสำหรับนักเรียน Diploma – ไม่จำกัดเกรด GPA – คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 5.5+ หรือ เรียนภาษากับ ILAC – Statement เตรียมยื่นวีซ่า 2.0 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่าคนเดียว – Statement เตรียมยื่นวีซ่า 2.2 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส – Statement เตรียมยื่นวีซ่า 2.4 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส + ลูก 1 คน – Statement เตรียมยื่นวีซ่า 2.6 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส + ลูก 2 คน
เรียน Post-grad/ Graduate Cer (อนุปริญญาโท) 🚫 ไม่สามารถให้คู่สมรสติดตามได้แบบ Open Work Permit = ไม่สามารถทำงานได้ ✅ คู่สมรสยื่นได้แต่ Tourist Visa ✅ ลูกเข้าเรียนฟรี ✅ ทำงาน part-time ระหว่างเรียนได้ 24 ชม./ อาทิตย์ ✅ ค่าเทอมปีละ 420,000-500,000บาท / ปี Post-grad คืออะไร – คอร์ส reskill – upskill สำหรับผู้ที่จบป.ตรีแล้ว – ระยะคอร์ส 1-2 ปี – สามารถขอ PGWP วีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้มากสุด 3 ปี (PGWP จำกัดได้เฉพาะบางสาขา) คุณสมบัติสำหรับนักเรียน Post-grad – ไม่จำกัดเกรด GPA (แล้วแต่คณะ) – ใช้วุฒิป.ตรี ยื่นสมัครเรียน – คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 6.0+ หรือ เรียนภาษากับ ILAC – Statement (คอร์ส 1 ปี) เตรียมยื่นวีซ่า 1.2 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่าคนเดียว – Statement (คอร์ส 1 ปี) เตรียมยื่นวีซ่า 1.4 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส – Statement (คอร์ส 1 ปี) เตรียมยื่นวีซ่า 1.6 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส + ลูก 1 คน – Statement (คอร์ส 1 ปี) เตรียมยื่นวีซ่า 1.8 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่านักเรียน + คู่สมรส + ลูก 2 คน
คุณสามารถเลือกเรียนหลักสูตรใดก็ได้: Diploma, Post-Grad, Master ขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของหลักสูตร Diploma และ Post-Grad คู่สมรสไม่สามารถยื่นขอใบอนุญาตทำงานแบบเปิดสำหรับคู่สมรสได้ = ไม่สามารถทำงาน แต่สามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ และบุตรยังสามารถเรียนได้ฟรี
หลักสูตรประกาศนียบัตรเป็นหลักสูตรระดับอนุปริญญา
ใช้เพียงประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายในการสมัครเข้าศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ ระยะเวลาการศึกษา 1 ปี (ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา) สามารถเลือกสาขาวิชาที่ตรงกับความต้องการของตลาดได้ เน้นการฝึกปฏิบัติจริง และเป็นหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานจริง
  • ได้รับหนังสือรับรองจากจังหวัด (PAL) จากจังหวัดที่เรียนก่อน #3 จึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าได้
  • ไม่จำกัดเกรดเฉลี่ย
  • คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 5.5 ขึ้นไป หรือเรียนภาษากับ ILAC
  • คำชี้แจง
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 2.2 ล้านบาท สำหรับวีซ่าเดี่ยว
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าอย่างน้อย 2.5 ล้านบาท สำหรับวีซ่านักเรียน หรือวีซ่าคู่สมรส
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าขั้นต่ำ 2.8 ล้านบาท สำหรับวีซ่านักเรียน – คู่สมรส + บุตร 1 คน
    • เตรียมยื่นขอวีซ่าขั้นต่ำ 3.1 ล้านบาท สำหรับการยื่นขอวีซ่านักเรียน – คู่สมรส + บุตร 2 คน
หลักสูตรปริญญาโท/ประกาศนียบัตรบัณฑิต คือ หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา
สมัครได้เมื่อมีวุฒิปริญญาตรีหรือสูงกว่า ระยะเวลาการศึกษา: ปี (ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาเอก) หลักสูตรส่วนใหญ่เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการพัฒนาทักษะหรือพัฒนาความรู้เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในหน้าที่การงาน
A: การเรียนปริญญาโท 1 ปี ต้องมีหลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน 800,000-900,000 บาท ส่วนการเรียนปริญญาโท 2 ปี ต้องมีหลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน 1.5 ล้านบาท
นี่เป็นการประมาณคร่าวๆ สำหรับนักเรียนหนึ่งคน โดยไม่รวมผู้ติดตาม และประมาณตามข้อกำหนดขั้นต่ำของ IRCC

การยื่นวีซ่า

ด้วยความที่เป็น Adult Student การเลือกคอร์สจะต้องมีความสัมพันธ์กันกับประวัติที่เรามีเช่นการเรียนปริญญาที่ผ่านมา หรือการทำงานที่ผ่านมาค่ะ เพราะการเลือกคอร์สมีผลต่อการโดนปฎิเสธวีซ่ามากๆค่ะ ยกตัวอย่างเคสที่ถูกปฎิเสธ เช่น จบระดับหมอ พยาบาลมา แต่เลือกไปเรียน Personal Support Worker ซึ่งมันลดระดับ (Downgrade ตัวเองลงมา) กับที่เราเรียนมา ด้วยความที่เราจบมาสูงแล้ว ทาง IRCC (สถานทูตแคนาดา) จะมองว่าทำไมถึงจะกลับไปเรียนคอร์สที่ต่ำลง และมองว่าเราไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียน แต่มาแคนาดาเพื่อจุดประสงค์อื่นค่ะ
ขอวีซ่าติดตามได้ หลังจากที่ผู้เรียน เรียนภาษาอังกฤษได้ถึงตามเกณฑ์ของทางวิทยาลัย หรือ ยื่นผลสอบที่ได้ตามเกณฑ์ เราสามารถแจ้งไปที่วิทยาลัยได้ ว่าให้เปลี่ยน LOA เราเป็น LOA without condition พอได้ตัวนี้มาแล้ว เราสามารถนำมายื่นวีซ่าผู้ติดตามได้ค่ะ
ให้เพิ่มเติม 1. Introduction แนะนำตัวว่าตอนนี้เราทำอาชีพอะไรอยู่ 2. Background มันเกี่ยวข้องยังไงกับสิ่งที่ไปเรียน จะมาพัฒนาให้ก้าวหน้าในอาชีพนี้ยังไง (ยิ่งเน้นให้ตรงจุดประสงค์ยิ่งดี -more specific)) 3. Career Goals หลังจากเรียนจบแล้ว แพลนจะทำอะไรต่อ เอาสิ่งที่เรียนมาต่อยอดยังไงได้บ้าง เน้นเขียน Goal/ Objective ให้เป็น SMART Objective หมายความว่า specific – เน้นจดจง / measurable – ขั้นตอนการทำให้สำเร็จเราจะทำอะไรบ้าง / attainable – เป็น goals ที่ไม่เพ้อฝัน สามารถทำได้จริง / relevant – goals ควรจะอยู่ใน long-term objective ที่เราอยากจะตั้งใจทำให้สำเร็จ / time-based – ควรจะจำกัดเวลาว่าเราควรจะทำเรื่องไหนสำเร็จเวลาไหน แอดมินแนะนำให้เขียนละเอียดกว่านี้หน่อย แต่ไม่เยอะเกินแบบ 5-6 หน้า ไม่สั้นไป ไม่ยาวไป กระชับให้ได้ใจความ เห็นความมุ่งมั่น ว่าเราอยากไปเรียนจริงๆค่ะ
ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน/ คู่ LGBTQ+ ต้องใช้เอกสารอะไรยื่นบ้าง ในกรณี common law ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต้องแสดงเอกสารเพิ่มดังนี้ค่ะ เอกสารหลักฐานทุกอย่างของ commonlaw จะต้องมีอายุอย่างน้อย 1 ปี และต้องมีทนายรับรอง (สามารถยื่นอย่างใดในนี้ก็ได้ ความสำคัญจะเรียนตาม 1-3, 1 คือสำคัญที่สุด) 1. Joint Account หรือ บัญชีร่วมกัน 2. ประกันชีวิต และผู้รับผลประโยชน์เป็นคู่ commonlaw 3. อสังหาที่ ซื้อร่วม (เช่าจะมีน้ำหนักไม่มากพอ) เอกสารอื่นๆเช่น บิลค่าไฟ หรือ หลักฐานโอนเงินให้กันและกัน พัสดุบ้านเลขที่อยู่ด้วยกัน ไปรษณีย์ ชื่อห้องอยู่ด้วยกัน สามารถยื่นประกอบไปกับลิสทั้ง 3 ข้างบนด้วยได้ แต่ไม่สามารถใช้ยื่นอย่างเดียวได้ IS Guide มีทนายรับรองค่าทนายเพิ่ม 2,000 บาทค่ะหากใช้ทนาย IS Guide หากจดทะเบียนสมรสก็ไม่ต้องใช้เอกสารเบื้องต้นค่ะ *ทางสถาทูตไม่ได้กำหนดว่าทะเบียนสมรสต้องมีอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า 1 ปี แต่หากทะเบียนสมรสมีอายุนาน ก็จะสร้างความน่าเชื่อถือมากกว่าค่ะ*
ก่อน submit visa นักเรียนโปรดอ่าน Final Review เอกสารทั้งหมดของนักเรียนก่อน เป็นสิ่งสำคัญมากๆนะคะ ยังไงรบกวนตรวจให้ถี่ถ้วนก่อนนะคะ หากมีข้อแก้ไขยังไง สามารถแจ้งทางคุณลีและทีมงานก่อน Submit ได้เลยนะคะ หรือต้องการให้เช็ครีวิวพาร์ทไหนเพิ่มเติม แจ้งก่อนได้เลยนะคะ ทาง IS Guide ยื่นในนามนักเรียน เปรียบเสมือนเป็นผู้ช่วยเตรียมเอกสารวีซ่าให้กับนักเรียน
เพราะกรณีเปลี่ยนสายเรียนเลย ไม่เชื่อมโยงกับประวัติที่เคยเรียนและทำงานมา วีซ่ามีสิทธิ์โดนปฏิเสธสูงมากๆค่ะ แต่หากสมัครเรียนไปแล้ว ได้วีซ่าแล้ว จะเปลี่ยนสายก็ได้ค่ะ แต่จะเปลี่ยนเป็นสายนั้นๆในเทอมเดียวกันได้มั้ย ขึ้นอยู่กับที่นั่งว่างของสาขานั้นๆ และสถาบันนั้นๆด้วยค่ะ หากไม่ว่างแล้ว ก็อาจจะต้องเลื่อนเทอมออกไปค่ะ
ข้อแนะนำ สำหรับ SOP แบ่งเป็น 3 พาร์ท: – เราเป็นใคร จบอะไรมา มีประวัติด้านไหนบ้าง ปัจจุบันทำหน้าที่การงานอะไรอยู่ – เราจะไปเรียนอะไร ทำไมต้องไปเรียน การเรียนครั้งนี้สำคัญยังไง ทำไมต้องไปเรียนที่นี่ ถ้าไปเรียนแล้วจะทำให้เราไปถึงอนาคตที่ตั้งไว้มั้ย – จบมาแล้วเราจะทำอะไรต่อ ที่เรียนมาทำให้เราพัฒนา หรือเสริมสร้างอนาคตได้อย่างไร 1. หากนักเรียนยิ่งให้ข้อมูลเยอะเท่าไหร่ ทางทีมงานก็สามารถปรับปรุง และรีวิว SOP ให้ดียิ่งขึ้น หากข้อมูลที่ทางทีมงานได้รับไม่ละเอียดพอ ทางเราก็จะไม่สามารถรีวิวได้อย่างถี่ถ้วนและ SOP ก็มีสิทธิ์โดนปัดตกสูงค่ะ 2. ข้อนี้เน้นมากๆว่าควรเขียนให้ตรง กระชับได้ใจความ 📌**Integral Point: Why should your student visa be granted?**📌 – ทำไมวีซ่าเราถึงควรจะผ่าน ให้เหตุผลว่าทำไมถึงอยากเรียนคอร์สนี้ ทำไมต้องไปเรียนที่แคนาดา มั่นใจว่าดีกว่าที่ไทยยังไง ให้เหตุผลท่ีมั่นใจว่าเรียนคอร์สนี้แล้วนักเรียนจะได้พัฒนาทักษะด้านไหนบ้าง ยังไงบ้าง ยิ่งกระชับ ตรงจุดยิ่งดี‼️
โดยปกติแล้วแอดมินจะแนะนำให้ผู้เรียนหลักยื่นวีซ่านักเรียนคนเดียวผ่านก่อนแล้วยื่นวีซ่า open work permit และ ติดตามของลูกๆต่อค่ะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ profile และความต้องการของนักเรียนด้วยค่ะ
หลังได้รับ LOA แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขอวีซ่านะคะ ขั้นตอนการเตรียมตัวขอวีซ่า step by step ดังนี้: 1. กรอกฟอร์ม excel สำหรับฟอร์ม IRCC 2. อัพโหลดเอกสารสำหรับ apply visa ลงใน Google Drive (เอกสารสำคัญ passport + LOA) 3. จากนั้นขอใบรับรองความประพฤติจากตำรวจ* (3.1 ใช้ Passport + LOA รอประมาณ 3-4 อาทิตย์ สามารถยื่นตามหลังได้) 4. ตรวจสุขภาพ upfront 5. เตรียม SOP 6. เตรียม Financial + Sponsor Letter 7. ถ่ายรูป 45×35 mm 8. อัพโหลดเอกสารทั้งหมดที่เหลือ 9. ขอ Bank Statement ย้อนหลัง 4 เดือน + Bank Guarantee ⏳ระยะเวลาของเอกสาร ใบรับรองความประพฤติ = 6 เดือน ใบตรวจสุขภาพ = 1 ปี ส่วน Statement = ควรขออย่างสุดท้าย ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ก่อนยื่น *ใบพระพฤติของผู้ติดตามใช้ IMM1295 ต้องกรอก Excel มาก่อนแล้วทีมงานจะกรอกฟอร์มให้นะคะ ตอนนี้แนะนำให้ยื่นตามทีหลังเมื่อ IRCC ส่ง request letter มาค่ะ* **ขอวีซ่าสำหรับผู้ติดตามนักเรียน หากผู้เรียนหลักยังไม่ผ่านภาษาอังกฤษ หรือกำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่ ไม่สามารถทำวีซ่าติดตามได้ในฐานะ open work permit visa จะสามารถติดตามได้ในฐานะ วีซ่าท่องเที่ยวเท่านั้นนะคะ**
ขอเอกสารตำรวจอาจจะนานนะคะ ประมาณ 3-4 อาทิตย์ แนะนำขอไว้เผื่อก่อนได้เลยค่ะ เอา LOA + Passport ไปยื่นได้เลยค่ะ
ทางเราเข้าใจค่ะว่าหลายๆคนอยากไปเรียนเพื่อในอนาคตให้ได้ PR/ พาลูกเข้าเรียนฟรี/ ไปหางานทำ แต่การที่ IRCC มอง เค้าไม่ได้มองที่จุดนั้นค่ะ เพราะจุดประสงค์ของการอนุมัติ “วีซ่านักเรียน” คือการที่ผู้เรียนตั้งใจไปเรียนต่อค่ะ กรณีเปลี่ยนสายเรียนเลย ไม่เชื่อมโยงกับประวัติที่เคยเรียนและทำงานมา วีซ่ามีสิทธิ์โดนปฏิเสธสูงมากๆค่ะ แต่หากสมัครเรียนไปแล้ว ได้วีซ่าแล้ว จะเปลี่ยนสายก็ได้ค่ะ หลักการคือต้องเลือกสถาบันที่มีเรียนทั้ง 2 สายที่จะลงเรียน และต้องเป็นสถาบันที่ flexible สามารถคุยเปลี่ยนสาขาได้เมื่อได้วีซ่าแล้วค่ะ แต่จะเปลี่ยนเป็นสายนั้นๆในเทอมเดียวกันได้มั้ย ขึ้นอยู่กับที่นั่งว่างของสาขานั้นๆ และสถาบันนั้นๆด้วยค่ะ หากไม่ว่างแล้ว ก็อาจจะต้องเลื่อนเทอมออกไปค่ะ
ใบรับรองความประพฤติ = ไม่มีกำหนดหมดอายุค่ะ ใบตรวจสุขภาพ = มีอายุ 1 ปีค่ะ ส่วน Statement = ควรขออย่างสุดท้าย ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ก่อน submit ค่า
เอกสารสำคัญ เตรียมก่อนบินไปแคนาดา 1. Letter of Acceptance from College 2. Letter of Introduction from IRCC 3. Tuition fees payment receipt 4. English Language Test (IELTS Score/ ILAC Registration)
จริงๆแล้วโดยกำหนดปกติ ช่วงโควิดจะเป็น 1 เดือน แต่ตอนนี้ไม่ได้มีกำหนดที่ชัดเจนค่ะ แต่เค้าจะ consider ว่า 1 เดือนเป็น reasonable amount of time ค่ะ หากไปก่อนหน้านั้นอาจจะมีการโดนถามเพิ่มเติม แล้วเราต้องเตรียมคำตอบ ชี้แจงไปว่าทำไมถึงต้องมาก่อน อะไรแบบนี้ค่ะ
ขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างการเรียน + ขอ PR นะคะ ตรงนี้จะแยกกัน นักเรียนสามารถไปเรียนได้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อใช้สิทธิ์ในการเป็นนักเรียนขอยื่น PR ในอนาคต แต่ตอนที่นักเรียนขอ “student visa” หรือวีซ่านักเรียนไป ทางสถาทูตจะประเมินว่าเราจะไปเรียน ไม่ได้ประเมินในการที่เราขอเป็น PR ค่ะ ซึ่งตรงนี้เค้าจะประเมินเรื่องคอร์สต่างๆที่เราเลือกเรียนว่าสมเหตุสมผลไหมที่เราจะไปเรียนต่อ สามารถมาพัฒนาอาชีพเราปัจจุบัน และ อนาคตได้มั้ยค่ะ เพราะฉะนั้น step แรกเราต้องดูเรื่องวีซ่านักเรียนว่าเราจะผ่านเกณฑ์ตามที่สถาทูตกำหนดเพื่อไปเรียน และ ไปขอ PR ในอนาคตค่ะ

Document to prepare when arrive Canada border เอกสารที่ต้องเตรียมไปเพื่อทำ Study Permit ที่ ตม. ตอนลงเครื่อง (ผู้เรียนคนเดียว) (1) Letter of introduction จาก IRCC (2) LOA (3) receipt จาก College ที่จ่ายค่าเทอมไป ➖➖➖➖➖ เอกสารที่ต้องเตรียมไปเพื่อทำ Study Permit + Work Permit + Visitor Record ที่ ตม. ตอนลงเครื่อง ผู้เรียน (Study Permit) + Spouse (Work Permit) + ลูก (Visitor Record) (1) Letter of introduction จาก IRCC ของผู้เรียน (2) Letter of introduction จาก IRCC ของสามี/ ภรรยา (3) LOA (4) receipt จาก College ที่จ่ายค่าเทอมไป (5) แจ้งตม. ออกของลูกเป็น minor dependent child ลงเป็น visitor record ค่ะ ➖➖➖➖➖ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.canada.ca/en/immigration-refugees-citizenship/services/study-canada/study-permit/prepare-arrival.html

ตรวจสุขภาพไปเรียนต่อ ตรวจได้ตอนไหนบ้าง 📌 upfront ได้วีซ่าเร็วกว่าประมาณ 2 อาทิตย์ 📌 รอ request letter รอวีซ่านานกว่าประมาณ 2 อาทิตย์) 1. ตรวจแบบ Upfront สามารถตรวจได้ตั้งแต่ได้รับ LOA มา และยื่นเป็น upfront medical record ทางรพ. จะยื่นเอกสารไปให้ทางสถาทูตโดยตรง ข้อดีคือเราจะได้รับวีซ่าเร็วกว่าประมาณ 2 อาทิตย์ เนื่องจากไม่ต้องรอ IRCC ส่ง request มาแล้วไปตรวจสุขภาพ 2. ไปตรวจสุขภาพหลังจากรอ IRCC ส่ง request letter มา หลังจากเรายื่นวีซ่าออนไลน์แล้ว รอทาง IRCC ประเมินเบื้องต้น และหากเราต้องตรวจสุขภาพ (90% ต้องตรวจถ้ายื่น Student Visa/ Open Work Permit) รอ request letter มาถึงค่อยไปตรวจก็ได้เช่นกัน หากเราเป็นเคสเสี่ยงโดนปฎิเสธวีซ่า แนะนำให้รอ request แล้วค่อยไปตรวจค่ะ วีซ่าอาจจะช้ากว่าประมาณ 2 อาทิตย์ค่ะ
สำหรับตรวจสุขภาพ ทำได้ 2 ทางค่ะ 1. ตรวจก่อน = Upfront Medical นักเรียน (17+) ที่ไปแคนาดาทุกคนต้องตรวจสุขภาพเพื่อยื่นวีซ่า สามารถตรวจก่อนแล้วยื่นพร้อมแพคเกจวีซ่าได้เลย แนะนำสำหรับคนที่รีบใช้วีซ่า และไม่สะดวกไปทีหลัง 2. ตรวจหลัง IRCC request มา เราสามารถยื่นแพคเกจวีซ่าก่อนได้เลย แล้วทาง IRCC จะประเมินเอกสารจนถึงขั้นตรวจสุขภาพ ทาง IRCC จะรีเวสส่งจดหมายให้ไปตรวจสุขภาพ ถึงตรงนั้นค่อยไปตรวจก็ได้ค่ะ มีเวลา 30 วันหลังได้รับจดหมายให้ไปตรวจ แนะนำสำหรับนักเรียนที่ไม่รีบใช้วีซ่า และสะดวกไปทำทีหลัง
สำหรับการขอใบประพฤติ สามารถยื่นทีหลัง หลังจาก Submitted วีซ่าแล้วได้ค่ะ ข้อแนะนำ ไปขอใบประพฤติไว้ก่อนเลยใช้ LOA + Passport ระยะเวลารอ 3-4 อาทิตย์ ยังไม่จำเป็นต้องได้รอได้ตัวเอกสารใบประพฤติก่อน สามารถ Submit Visa ก่อนได้ แล้วรอให้ IRCC request ใบประพฤติมาถึงค่อยยื่นไปอีกทีค่ะ
4. เรียนภาษา ❌ ไม่สามารถให้คู่สมรสติดตามได้แบบ Open Work Permit ไม่สามารถทำงานได้ ❌ ลูกไม่สามารถเข้าเรียนฟรี ❌ ไม่ทำงาน part-time ระหว่างเรียนได้ คอร์สเรียนภาษาที่แคนาดา – เลือกเรียนครึ่งวัน หรือ เต็มวันได้ – มีหลายหลักสูตรเช่น General English, University Pathway, Business English, IELTS – University Pathway English คือคอร์สที่เรียนเพื่อนำคะแนนไปต่อ College/ University – จบแล้วไม่สามารถขอ PGWP วีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้ คุณสมบัติสำหรับนักเรียนเรียนคอร์สภาษา – ต้องได้ PAL จากจังหวัดที่เรียนก่อน ถึงจะยื่นวีซ่าได้ – ไม่จำกัดเกรด GPA – ไม่ต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษ – Statement เตรียมยื่นวีซ่า 1.0 – 1.5 ล้านบาท สำหรับ ยื่นวีซ่าคนเดียว
PAL = provincial attestation letter คือเอกสารที่นักเรียนต้องใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนค่ะ เป็นจดหมายจากแต่ละจังหวัดในการกำหนดโควต้านักเรียนต่างชาติระดับต่ำกว่าปริญญาโทลงมาค่ะ ปี 2024 นี้นักเรียนที่ไปเรียนแคนาดาทุกคนต้องมีใบ PAL ถึงจะนำไปยื่นวีซ่าได้ ยกเว้นเรียน ป.โท ป.เอก และ มัธยม ไม่ต้องยื่น PAL ค่ะ
เอกสารสมัครเรียนลูกที่แคนาดา 1.ใบเกิด 2.LOAของแม่ 3.ที่อยู่ในแคนาดา 4.ใบจ่ายเงิน ค่ะ
VFS ตั้งอยู่ใน: The shoppes at Belle นะคะ💖 (รายละเอียดที่อยู่ตามใบนัด Appointment VFS) 1st Floor, BS003 – BS003/1, The Shoppes at Belle Grand Rama 9 131/1,141/1, Unit, แกรนด์ พระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 ค่ะ https://g.co/kgs/79KgkEs
letter of introduction เอกสารนี้ใช้สำหรับทำ study permit ที่สนามบินค่ะ เตรียมเอกสารสำคัญ 3 อย่างเพื่อทำ study permit 1.LoA 2.Letter of introduction จาก IRCC 3. Passport Print ออกมาเก็บไว้ด้วยกันเลยค่ะ
ส่ง Passport ไปสแตมป์วีซ่าทางไปรษณีย์ เตรียมซองพัสดุ และใส่เอกสารดังนี้ 1. Passport ตัวจริง 2. ถ่ายเอกสารหน้า Passport 3. เอกสาร Visa Approval – Passport Request 4. VFS receipt ใบเสร็จ และ VFS Consent form (bio receipt) เอกสารยินยอม 5. ชำระเงินให้ VFS (294 บาท) แล้วปริ้นสลิปโอนเงินใส่ไปในซองที่ส่ง passport ไปด้วยนะคะ 6. เขียนชื่อที่อยู่เบอร์โทรสำหรับส่ง Passport กลับ ส่งเอกสารไปที่ ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศแคนาดา อาคารเดอะ ช็อปส์ แอท เบลล์ แกรนด์ พระราม 9ห้อง BS003 – BS003/1 ชั้น 1 เลขที่ 131/1,141/1 ถ.พระราม 9 แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. 10310 เลขที่บัญชีสำหรับการชำระเงิน VFS Bank account Bank: bank of ayudhaya public company limited Account Number: 001-0-17457-6 Account Name: VFS (Thailand) Ltd. Branch: Ploenchit VFS Info 02-460-7053 รอสแตมป์วีซ่า 5-7 วัน ไปรับเอง

การให้บริการของ IS Guide

สามารถส่งมาได้ที่อีเมล์ malee@is-guide.com admin@is-guide.com
**ทาง IS Guide ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่ามัดจำในกรณีที่ นักเรียนยกเลิกการบริการ นักเรียนไม่เข้าเรียนตามกำหนดของสถาบัน หรือวีซ่าถูกปฏิเสธ หรือไม่ชำระค่าเทอมกับสถาบันตามที่กำหนดไว้ หรือ ยกเลิกบริการกับทางบริษัท โปรดศึกษาเงื่อนไขเงื่อนไขการจ่าย/คืนมัดจำของทางบริษัทก่อนชำระมัดจำนะคะ**
Q: ค่าใช้จ่าย ค่าบริการของ IS Guide IS Guide ไม่คิดค่าบริการ = ฟรี ทาง IS Guide ไม่มีการคิดค่าบริการ ดำเนินเรื่องสมัครเรียน และเตรียมพร้อมรีวิวเอกสารเรื่องวีซ่า ให้กับนักเรียนท่ีทำเรื่องสมัครกับทางบริษัท จะมีเก็บแค่ค่ามัดจำการบริการ 10,000 บาท ส่วนนี้เป็น Non-Refundable และจะได้คืนเมื่อนักเรียนไปเรียนเข้าเรียนต่อแคนาดา และเข้าเรียนตามโปรแกรม พร้อมชำระค่าเทอมกับสถาบันตามกำหนด IS Guide รวมบริการอะไรบ้าง – ค่ามัดจำการบริการคิดเพียง 10,000 บาทสำหรับนักเรียนค่ะ ถ้าเป็นคู่สมรส หรือผู้ติดตามไม่ได้เรียนไม่มีค่ามัดจำค่า และสำหรับนักเรียนเราบริการเรื่องวีซ่าให้ฟรีค่ะ จ่ายแค่ค่าธรรมเนียมตามจริง **ทาง IS Guide ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่ามัดจำในกรณีที่ นักเรียนยกเลิกการบริการ นักเรียนไม่เข้าเรียนตามกำหนดของสถาบัน หรือวีซ่าถูกปฏิเสธ หรือไม่ชำระค่าเทอมกับสถาบันตามที่กำหนดไว้ หรือ ยกเลิกบริการกับทางบริษัท โปรดศึกษาเงื่อนไขเงื่อนไขการจ่าย/คืนมัดจำของทางบริษัทก่อนชำระมัดจำนะคะ ไม่อยากให้ผิดใจกันทีหลังหากไม่สบายใจด้านไหนสอบถามแอดมินเรื่องรายละเอียดก่อนได้เลยค่า ☺️🙏🏻
1. สมัครเรียน จ่ายค่าสมัคร 2. ยื่นวีซ่า จ่ายค่ามัดจำ IS Guide 5,000 บาท (คืนเมื่อถึงแคนาดาและพ้น withdrawal period) + ค่าธรรมเนียมวีซ่า 3. วีซ่าผ่าน จ่ายค่าเรียน สมัคร co-op 1. เลือกโปรแกรมสมัคร 2. สอบภาษาอังกฤษกับทางสถาบัน หรือยื่นคะแนนภาษา 3. รอใบตอบรับจาก College 4. เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า ยื่นวีซ่า 5. รอวีซ่าออกแล้วไปเรียนค่ะ
IS Guide Deposit ได้คืน 2 เดือนหลังจากเปิดเรียนค่ะ 😊 เอกสารที่ต้องเตรียม – Slip deposit to IS Guide – Enrollment Letter – Bank Account
ขั้นการสมัครเรียน: 1. ยื่นสมัครเรียน (4-8 อาทิตย์ รอตอบรับจากสถาบัน) 2. คอนเฟิร์มที่นั่ง พร้อมชำระค่าเทอม 1 เทอม -> เพื่อออก LOA + PAL (มีเวลากดคอนเฟิร์ม 30 วันหลังจากได้รับ offer) (หลังจากกดคอนเฟิร์ม มีเวลา 30 วันเพื่อชำระค่ามัดจำ 1 เทอม เพื่อออก LOA + PAL) (หลังชำระค่าเทอมรอ 1-3 อาทิตย์ ได้รับ LOA + PAL) 3. เตรียมเอกสารและยื่นวีซ่าค่ะ (หลังจากยื่นวีซ่าแล้ว รอผล 4-6 อาทิตย์ค่ะ)
สำหรับค่ามัดจำการบริการ 5,000 บาท ส่วนนี้เป็น Non-Refundable และจะได้คืนเมื่อนักเรียนไปเรียนเข้าเรียนต่อแคนาดา และเข้าเรียนตามโปรแกรม พร้อมชำระค่าเทอมกับสถาบันตามกำหนดแล้ว 60 วันสามารถทำเรื่องขอมัดจำคืนได้ค่ะ หากยังตัดสินใจเลือกที่เรียนไม่ได้ค่ามัดจำนี้สามารถเก็บไว้ก่อนได้โดยไม่มีหมดอายุค่ะ สามารถสมัครเรียนกับเราได้ตลอดนะคะ
☑️ค่าบริการยื่นวีซ่า 5,000 บาท ☑️ค่าธรรมเนียมสถานฑูตชำระตามจริง Visitor visa – per person 100 CAD Biometrics สแกนนิ้ว 85 CAD
A: เอกสารการสมัครแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:
  1. ข้อกำหนดทางวิชาการ – คุณสมบัติต่างๆ
  2. ข้อกำหนดภาษาอังกฤษ – คะแนนสอบภาษาอังกฤษ หรือการลงทะเบียนเรียนในสถาบันสอนภาษาอังกฤษ
  1. หนังสือเดินทาง
  2. (หากสมัครเรียนอนุปริญญา) ประกาศนียบัตรการศึกษา ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
  3. (หากสมัครเรียนอนุปริญญา) ใบแสดงผลการเรียน ประกาศนียบัตรปริญญาตรี
  4. ประกาศนียบัตรการศึกษา ประกาศนียบัตรปริญญาตรี
  5. ใบแสดงผลการเรียน ประกาศนียบัตรปริญญาตรี
  6. คุณวุฒิอื่นๆ (ถ้ามี)
  7. คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS/Duolingo หรือใบรับรองการลงทะเบียน ILAC
  8. อีเมล หมายเลขนักศึกษา ที่อยู่ และชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน + หมายเลขโทรศัพท์ผู้ติดต่อฉุกเฉิน
เอกสารทั้งหมดจะต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีสำเนาต้นฉบับแนบมาด้วยหากไม่ได้รับการแปล
IS Guide มีบริการแปลเอกสาร ราคา 400 บาทต่อฉบับ สามารถส่งเอกสารได้ทางอีเมลที่ visa.isguide@gmail.com
  1. เตรียมเอกสารการสมัครให้ครบถ้วน ทั้งข้อกำหนดทางวิชาการและภาษาอังกฤษ
  2. สมัครเรียน ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร + ชำระเงินมัดจำ IS Guide>/span>
  3. รอรับจดหมายตอบรับ (LOA) ประมาณ 4-6 สัปดาห์
  4. หลังจากได้รับ LOA แล้ว คุณจะมีเวลา 30 วัน ในการชำระเงินมัดจำค่าเล่าเรียนเพื่อยืนยันที่นั่ง หากเกิน 30 วัน คุณต้องเริ่มเรียน
  5. เตรียมเอกสารขอวีซ่า ยื่นขอวีซ่า ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
  6. วีซ่าได้รับการอนุมัติ 1-2 เดือนก่อนเริ่มหลักสูตร ชำระค่าเล่าเรียนส่วนที่เหลือ
  1. เตรียมเอกสารประกอบการสมัครตามข้อกำหนดทางวิชาการ (สามารถยื่นคะแนนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมได้หากมี)
  2. สมัครเรียน ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร + เงินมัดจำ IS Guide
  3. สอบภาษาอังกฤษที่สถาบัน หรือยื่นคะแนนภาษา
  4. รอจดหมายตอบรับจากวิทยาลัย
  5. เตรียมเอกสารประกอบการสมัครวีซ่า ยื่นขอวีซ่า ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
  6. วีซ่าได้รับการอนุมัติ 1 เดือนก่อนเปิดภาคเรียน ชำระค่าเล่าเรียน
  • ตอบ: เงินมัดจำ IS Guide จะได้รับคืนหลังจากที่คุณเดินทางไปศึกษาต่อที่แคนาดาและเริ่มเรียนเป็นเวลา 2 เดือน เอกสารที่ต้องเตรียม
    • สลิปโอนเงินไปยัง IS Guide
    • จดหมายลงทะเบียน
    • บัญชีธนาคาร

บริการ Sim Card

หลังได้รับอีเมล์ยืนยันลงทะเบียนซิมเรียบร้อยแล้ว เค้าจะส่ง QR Code มาให้ทางอีเมล์ประมาณ 24-48 ชม. ก่อนถึงแคนาดาค่ะ สามารถสแกน QR แล้วสามารถ activate ได้เลยค่ะ QR Code ตัวนี้แนะนำให้สแกนตอนถึง airport ที่แคนาดานะคะ 🥰
SIM Card with IS Guide https://orders.canadiansim.com/Plans/?refID=International%20Student%20Guide%20Company%20Limited ➖➖➖➖➖ Steps 1. กรอกฟอร์ม เลือกแพคเกจซิม 3. ติดต่อรับซิมจาก IS Guide (หากรับเป็น physical sim card) 5. เปิด Activate เมื่อถึงแคนาดา 7. ได้รับบิล 5 วันหลังจาก Activate SIM 8. ชำระค่าแพคเกจซิม ตามที่เลือก 30 วัน หลังจาก Activate Sim
หากต้องการรับซิมที่ไทยแจ้งที่อยู่พร้อมเบอร์โทรให้ แอดมินได้เลยนะคะ เดี๋ยวทีมงานส่งไปให้ค่ะ ก่อนส่งไปรษณีย์ไปให้ เดี๋ยวแอดมินถ่ายรูปรหัสซิมส่งไปให้เพื่อกรอกฟอร์มก่อน แล้วจะส่งซิมตัวจริงผ่านไปรษณีย์ตามไปให้ค่ะ แต่ถ้าเลือกเป็น e-sim ก็ทำออนไลน์ได้เลยค่ะ – สำหรับ e-Sim จะมี QR code ส่งมาให้เพื่อ activate sim เมื่อถึงสนามบินแคนาดาค่ะ // ซิมมี Contract ไม่มีค่ะ สามารถยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ // ไม่ค่ะ ยังไม่ต้องจ่ายอะไรค่ะ เราจะใช้บิลแจ้งชำระ พร้อมวันกำหนดชำระ 5 วันหลัง Activate SIM และ จ่ายอีกทีตอน 25 วันหลังจากได้บิล ค่ะ สามารถเช็ค due date ได้ในแอปหรือตามบิลที่แจ้งมาค่ะ ก็คือเราสามารถใช้ซิมได้เลยหลังจาก Activate Sim แล้วค่ะ แล้วจ่ายค่ารายเดือนอีกทีตามบิล Due date ที่แจ้งในบิลค่ะ
กรอกฟอร์มยังไง Q: ถ้ายังไม่มีที่อยู่ที่แน่นอนในแคนาดา กรอกยังไง? A: สามารถกรอกเป็นที่อยู่โรงเรียนได้ก่อนค่ะ แล้วพอได้ที่อยู่แน่นอนแล้วสามารถแจ้งเปลี่ยนกับแอดมินได้ค่ะ Q: ตรงช่อง Philippines Address กรอกยังไง? A: กรอกว่า “-“ ไปทุกช่องเลยค่ะ Q: ถ้าต้องการ e-Sim กรอกช่อง 20-Digit SIM card number ยังไง A: กรอกว่า 111111111111111 Q: ถ้าต้องการ physical SIM card กรอกช่อง 20-Digit SIM card number ยังไง A: แจ้งแอดมินทางไลน์ว่าขอ physical SIM card เดี๋ยวแอดมินถ่ายรูปรหัสซิมส่งไปให้เพื่อกรอกฟอร์มก่อน แล้วจะส่งซิมตัวจริงผ่านไปรษณีย์ตามไปให้ค่ะ Q: กรอกเสร็จแล้วต้องชำระอะไรก่อนใช้ซิมมั้ย A: ไม่ค่ะ ยังไม่ต้องจ่ายอะไรค่ะ เราจะใช้บิลแจ้งชำระ พร้อมวันกำหนดชำระ 5 วันหลัง Activate SIM และ จ่ายอีกทีตอน 25 วันหลังจากได้บิล ค่ะ สามารถเช็ค due date ได้ในแอปหรือตามบิลที่แจ้งมาค่ะ ก็คือเราสามารถใช้ซิมได้เลยหลังจาก Activate Sim แล้วค่ะ แล้วจ่ายค่ารายเดือนอีกทีตามบิล Due date ที่แจ้งในบิลค่ะ หลังจากกรอกฟอร์มเสร็จแล้ว แคปหน้าจอที่ได้รับ Confirmation พร้อมแจ้งที่อยู่ ชื่อและเบอร์โทรให้แอดมินได้เลยค่ะ
ข้อแนะนำ – กรอกวัน Arrival in Canada สำคัญมาก! ห้ามผิด เพราะซิมจะเปิด Activate วันนั้นค่ะ – แนะนำให้ใส่ซิม / สแกน QR Code ของ e-Sim เมื่อถึงสนามบินที่แคนาดาแล้วเท่านั้น เพื่อจะได้ลดความเสี่ยงในการเสียค่า Roaming หากใส่ซิมตั้งแต่ที่ไทย หรือ ประเทศอื่นๆ ➖➖➖➖➖ Q: กรอกเสร็จแล้วต้องชำระอะไรก่อนใช้ซิมมั้ย A: ไม่ค่ะ ยังไม่ต้องจ่ายอะไรค่ะ เราจะใช้บิลแจ้งชำระ พร้อมวันกำหนดชำระ 5 วันหลัง Activate SIM และ จ่ายอีกทีตอน 25 วันหลังจากได้บิล ค่ะ สามารถเช็ค due date ได้ในแอปหรือตามบิลที่แจ้งมาค่ะ ก็คือเราสามารถใช้ซิมได้เลยหลังจาก Activate Sim แล้วค่ะ แล้วจ่ายค่ารายเดือนอีกทีตามบิล Due date ที่แจ้งในบิลค่ะ
เวลาในการใส่ซิม: โปรดใส่ซิมการ์ดหรือสแกน QR Code (สำหรับ eSIM) เมื่อเดินทางถึงแคนาดาเท่านั้นนะคะ *เพื่อหลีกเลี่ยงค่าบริการโรมมิ่ง $15 ต่อวันค่ะ* รอบบิล: คุณจะได้รับบิลแรกภายใน 5 วันหลังจากที่เปิดใช้งานบริการ โดยปกติแล้ว คุณจะต้องชำระเงินภายใน 21 วันหลังจากที่ได้รับบิล หลังจากการเปิดใช้งาน คุณจะได้รับบิลภายใน 2-5 วัน ค่ะ

SIM Card with IS Guide Prepaid https://orders.canadiansim.com/prepaid?refID=International%20Student%20Guide%20Company%20Limited ➖➖➖➖➖ Steps 1. เลือกซื้อแพคเกจซิมและกรอกข้อมูลในลิงก์ 2. ชำระเงินโดยจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต (Visa, MasterCard ฯลฯ) 3. หลังลงทะเบียนจะได้รับอีเมล์ยืนยัน แคปอีเมล์แจ้งแอดมิน IS Guide 4. รอรับ QR Code ทางอีเมล์ ภายใน 24–48 ชั่วโมง ก่อนวันใช้งาน 5. เปิด Activate เมื่อถึงแคนาดา

IS Guide | Study Abroad in Canada & Germany

ที่ปรึกษาการศึกษาที่เชื่อถือได้ในประเทศไทยและเยอรมนี เรามีความเชี่ยวชาญในโปรแกรมศึกษาต่อต่างประเทศใน แคนาดาและเยอรมนี พร้อมให้การสนับสนุนเต็มรูปแบบตั้งแต่การเลือกโรงเรียนจนถึงการขอวีซ่าและการตั้งถิ่นฐาน

Copyright © 2025 International Student Guide Co., Ltd. All rights reserved. | website by dinosofts

ปลดล็อคอนาคตของคุณ – สมัครเลย!

เริ่มต้นการเดินทางในแคนาดาของคุณด้วย IS Guide

พร้อมก้าวสู่ขั้นต่อไปในการศึกษาของคุณแล้วหรือยัง? กรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อสมัครหลักสูตรในฝันของคุณ อย่าพลาดโอกาสนี้ที่จะกำหนดอนาคตของคุณ—ทีมรับสมัครของเรายินดีที่ได้พูดคุยกับคุณ!
พูดคุยกับเรา